จากกรณีการตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลผู้ถือหุ้นโดยมิชอบในระบบของ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ล่าสุด TSD พร้อมด้วยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการสอบสวนและมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดทุนไทย
นางสาวพิชยา ชมชัยยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD ยอมรับว่า พบการรั่วไหลข้อมูลที่สำคัญมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก รวมถึงข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้ลงทุน แต่ยืนยันว่า ข้อมูลพอร์ตการถือครองหลักทรัพย์และรายการธุรกรรมยังมีความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำกัดอยู่ในส่วนของระบบ TSD Investor Portal ซึ่งเป็นบริการผ่านเว็บเบสที่เปิดใช้มานานกว่า 5 ปี โดยจากการตรวจสอบพบว่ามี ข้อมูลรั่วไหลออกไปประมาณ 200,000 ราย จากบัญชีผู้ถือหุ้น ทั้งหมด กว่า 5 ล้านราย อย่างไรก็ตาม TSD ยืนยันว่าข้อมูลสำคัญในการทำธุรกรรมหลักทรัพย์ยังไม่ได้รับผลกระทบ
สำหรับมาตรการเยียวยา TSD ยืนยันว่า หากพบความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากเหตุการณ์นี้ ทางบริษัทจะพิจารณาข้อเท็จจริงและดำเนินการดูแลอย่างเหมาะสมต่อไป
ขอบเขตข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ
จากการประสานงานเชิงลึกร่วมกับกองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายหลังการเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พบว่า ข้อมูลที่รั่วไหลมีรายละเอียดมากกว่าที่ประเมินไว้ในเบื้องต้น ข้อมูลที่หลุดออกไปประกอบด้วย
- ข้อมูลพื้นฐาน: ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เลขบัตรประชาชน, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล์
- ข้อมูลการลงทุน: ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ และเลขที่บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
- ข้อมูลทางการเงิน (ตรวจพบเพิ่มเติม): ชื่อธนาคาร และเลขที่บัญชีธนาคาร
อย่างไรก็ตาม TSD ยืนยันว่า "ไม่พบข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ หรือข้อมูลการทำธุรกรรมรั่วไหลออกไปแต่อย่างใด"
มาตรการเยียวยาและการป้องกัน
นางสาวพิชยา กล่าวว่า ขณะนี้ TSD ได้ส่งอีเมล์ และ SMS แจ้งเตือนรอบที่สองไปยังผู้ได้รับผลกระทบเพื่อแจ้งถึงข้อมูลบัญชีธนาคารที่รั่วไหลเพิ่มเติม
พร้อมย้ำเตือนให้ผู้ลงทุนระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ TSD ทั้งนี้ ได้มีการประสานงานกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์เพื่อร่วมเฝ้าระวังความเสี่ยงแล้ว
นางสาวพิชยา ระบุว่า หากตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายจริงจากเหตุการณ์นี้ ทาง TSD จะพิจารณาข้อเท็จจริงและดำเนินการดูแลให้อย่างเหมาะสม
"จากข้อมูลล่าสุดในวันนี้ ไม่พบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมลงทุนหรือความเสียหายในบัญชีใดๆ และยังไม่พบการนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ"
การยกระดับระบบเพื่อป้องกันในอนาคต
นายถิรพันธุ์ สรรพกิจ ในฐานะ IT ที่ดูแลระบบ TSD กล่าวเสริมถึงการยกระดับความปลอดภัยในด้านการแก้ไขปัญหา TSD ได้ดำเนินการแก้ไขโค้ดที่มีปัญหาในทันที และนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการสแกนระบบเพื่อหาความเสี่ยงเพิ่มเติม
"เราได้มีการเอา AI มาสแกนโค้ดทั้งหมดของระบบก่อนที่จะให้ Suggest ในเรื่องของการแก้ไข ซึ่งส่วนนี้ได้ทำแล้ว รวมถึงการปรับปรุงระบบการยืนยันตัวตนให้เข้มข้นขึ้น"
นอกจากนี้ โครงสร้างระบบได้แยกส่วนหน้าบ้าน (Front-end) และหลังบ้าน (Back-end) ไว้อย่างชัดเจน โดยระบบหลังบ้านที่ใช้ในการจับคู่ซื้อขาย (Matching) จะไม่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตสาธารณะ ทำให้มั่นใจได้ว่าความเสียหายจะไม่ลุกลามไปยังพอร์ตการลงทุน
สำหรับ ผู้ลงทุนที่มีข้อสงสัย สามารถติดต่อ SET Contact Center ได้ตลอดช่วงวันหยุด ซึ่งมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รองรับทั้งทางโทรศัพท์และอีเมล์เพื่อตอบข้อสอบถามอย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ ยังมีการยืนยันว่า แอปพลิเคชัน "WiSSET" (วิเศษ) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ เนื่องจากมีการออกแบบระบบแยกออกจากกันอย่างชัดเจน
ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย "การหลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต"
พ.ต.ท.พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ตอท.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนเชิงลึกร่วมกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เช่น ไทยเซิร์ต (ThaiCERT) เพื่อแกะรอยเส้นทางดิจิทัล พร้อมฝากเตือนนักลงทุนถึงกลโกงที่มิจฉาชีพมักนำข้อมูลที่หลุดไปมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือ หรือที่เรียกว่า "Spear Phishing"
"คนร้ายจะนำข้อมูลพวกนี้ไปใช้ประโยชน์ เช่น การส่ง SMS หรืออีเมล์ที่แนบข้อมูลจริงของเหยื่อ เพื่อเขาจะบีบซ้ำด้วยความกลัว ให้เราเร่งกดลิงก์ ซึ่งเราจะเรียกว่า การหลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต"
เราขอเน้นย้ำว่า หากนักลงทุนได้รับโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่โบรกเกอร์หรือธนาคาร โดยบอกรายละเอียดพอร์ตหุ้นได้ถูกต้อง อย่าเพิ่งปักใจเชื่อ เพราะคนร้ายใช้หลักจิตวิทยา Authority Bias หรือการอ้างอำนาจเพื่อลดความหวาดระแวงของเหยื่อ
มาตรการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ TSD ได้ดำเนินการส่งอีเมลและ SMS แจ้งเตือนผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้ง 2 แสนราย โดยตรงแล้ว รวมถึงประสานงานกับโบรกเกอร์ คัสโตเดียน และธนาคารพาณิชย์เพื่อให้เฝ้าระวังธุรกรรมที่ผิดปกติ
ข้อควรปฏิบัติสำหรับนักลงทุน
1.)ตรวจสอบแหล่งที่มา: SMS หรืออีเมลจาก TSD ของจริงจะ ไม่มีลิงก์ให้กด โดยเด็ดขาด
2.)สังเกต URL: หากมีลิงก์แนบมา ให้ดูโดเมนเนม หากลงท้ายด้วย .xyz หรือโดเมนฟรีให้สันนิษฐานว่าเป็นของปลอม ของจริงมักเป็น .co.th หรือ .ac.th
3.)ตั้งสติ: หากพบความผิดปกติในการล็อกอิน หรือสงสัยว่าข้อมูลถูกสวมรอย ให้รีบติดต่อสถาบันการเงินทันที และแจ้งความผ่าน สายด่วน 1441 (AOC) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


