วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม 2569

Login
Login

TSD-ตำรวจไซเบอร์ แจงปมข้อมูลรั่ว 2 แสนราย ยันลามถึงข้อมูลส่วนบุคคล-เลขบัญชีแบงก์ เตือนระวังมิจฉาชีพสวมรอย

จากกรณีการตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลผู้ถือหุ้นโดยมิชอบในระบบของ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ล่าสุด TSD พร้อมด้วยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการสอบสวนและมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดทุนไทย

นางสาวพิชยา ชมชัยยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD  ยอมรับว่า พบการรั่วไหลข้อมูลที่สำคัญมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก รวมถึงข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้ลงทุน แต่ยืนยันว่า ข้อมูลพอร์ตการถือครองหลักทรัพย์และรายการธุรกรรมยังมีความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำกัดอยู่ในส่วนของระบบ TSD Investor Portal ซึ่งเป็นบริการผ่านเว็บเบสที่เปิดใช้มานานกว่า 5 ปี โดยจากการตรวจสอบพบว่ามี ข้อมูลรั่วไหลออกไปประมาณ 200,000 ราย จากบัญชีผู้ถือหุ้น ทั้งหมด กว่า 5 ล้านราย อย่างไรก็ตาม TSD ยืนยันว่าข้อมูลสำคัญในการทำธุรกรรมหลักทรัพย์ยังไม่ได้รับผลกระทบ

สำหรับมาตรการเยียวยา TSD ยืนยันว่า หากพบความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากเหตุการณ์นี้ ทางบริษัทจะพิจารณาข้อเท็จจริงและดำเนินการดูแลอย่างเหมาะสมต่อไป

TSD-ตำรวจไซเบอร์ แจงปมข้อมูลรั่ว 2 แสนราย ยันลามถึงข้อมูลส่วนบุคคล-เลขบัญชีแบงก์ เตือนระวังมิจฉาชีพสวมรอย

ขอบเขตข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ

จากการประสานงานเชิงลึกร่วมกับกองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายหลังการเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พบว่า ข้อมูลที่รั่วไหลมีรายละเอียดมากกว่าที่ประเมินไว้ในเบื้องต้น ข้อมูลที่หลุดออกไปประกอบด้วย

  • ข้อมูลพื้นฐาน: ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เลขบัตรประชาชน, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล์
  • ข้อมูลการลงทุน: ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ และเลขที่บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
  • ข้อมูลทางการเงิน (ตรวจพบเพิ่มเติม): ชื่อธนาคาร และเลขที่บัญชีธนาคาร

อย่างไรก็ตาม TSD ยืนยันว่า "ไม่พบข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ หรือข้อมูลการทำธุรกรรมรั่วไหลออกไปแต่อย่างใด"

มาตรการเยียวยาและการป้องกัน 

นางสาวพิชยา กล่าวว่า ขณะนี้ TSD ได้ส่งอีเมล์ และ SMS แจ้งเตือนรอบที่สองไปยังผู้ได้รับผลกระทบเพื่อแจ้งถึงข้อมูลบัญชีธนาคารที่รั่วไหลเพิ่มเติม 

พร้อมย้ำเตือนให้ผู้ลงทุนระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ TSD  ทั้งนี้ ได้มีการประสานงานกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์เพื่อร่วมเฝ้าระวังความเสี่ยงแล้ว

นางสาวพิชยา ระบุว่า หากตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายจริงจากเหตุการณ์นี้ ทาง TSD จะพิจารณาข้อเท็จจริงและดำเนินการดูแลให้อย่างเหมาะสม

"จากข้อมูลล่าสุดในวันนี้ ไม่พบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมลงทุนหรือความเสียหายในบัญชีใดๆ และยังไม่พบการนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ"

 

 

TSD-ตำรวจไซเบอร์ แจงปมข้อมูลรั่ว 2 แสนราย ยันลามถึงข้อมูลส่วนบุคคล-เลขบัญชีแบงก์ เตือนระวังมิจฉาชีพสวมรอย

การยกระดับระบบเพื่อป้องกันในอนาคต 

นายถิรพันธุ์ สรรพกิจ ในฐานะ IT ที่ดูแลระบบ TSD  กล่าวเสริมถึงการยกระดับความปลอดภัยในด้านการแก้ไขปัญหา TSD ได้ดำเนินการแก้ไขโค้ดที่มีปัญหาในทันที และนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการสแกนระบบเพื่อหาความเสี่ยงเพิ่มเติม

 "เราได้มีการเอา AI มาสแกนโค้ดทั้งหมดของระบบก่อนที่จะให้ Suggest ในเรื่องของการแก้ไข ซึ่งส่วนนี้ได้ทำแล้ว รวมถึงการปรับปรุงระบบการยืนยันตัวตนให้เข้มข้นขึ้น"

นอกจากนี้ โครงสร้างระบบได้แยกส่วนหน้าบ้าน (Front-end) และหลังบ้าน (Back-end) ไว้อย่างชัดเจน โดยระบบหลังบ้านที่ใช้ในการจับคู่ซื้อขาย (Matching) จะไม่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตสาธารณะ ทำให้มั่นใจได้ว่าความเสียหายจะไม่ลุกลามไปยังพอร์ตการลงทุน

สำหรับ ผู้ลงทุนที่มีข้อสงสัย สามารถติดต่อ SET Contact Center ได้ตลอดช่วงวันหยุด ซึ่งมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รองรับทั้งทางโทรศัพท์และอีเมล์เพื่อตอบข้อสอบถามอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ ยังมีการยืนยันว่า แอปพลิเคชัน "WiSSET" (วิเศษ) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ เนื่องจากมีการออกแบบระบบแยกออกจากกันอย่างชัดเจน

TSD-ตำรวจไซเบอร์ แจงปมข้อมูลรั่ว 2 แสนราย ยันลามถึงข้อมูลส่วนบุคคล-เลขบัญชีแบงก์ เตือนระวังมิจฉาชีพสวมรอย

ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย "การหลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต"

พ.ต.ท.พากฤต กฤตยพงษ์  สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ตอท.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนเชิงลึกร่วมกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เช่น ไทยเซิร์ต (ThaiCERT) เพื่อแกะรอยเส้นทางดิจิทัล พร้อมฝากเตือนนักลงทุนถึงกลโกงที่มิจฉาชีพมักนำข้อมูลที่หลุดไปมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือ หรือที่เรียกว่า "Spear Phishing"

"คนร้ายจะนำข้อมูลพวกนี้ไปใช้ประโยชน์ เช่น การส่ง SMS หรืออีเมล์ที่แนบข้อมูลจริงของเหยื่อ เพื่อเขาจะบีบซ้ำด้วยความกลัว ให้เราเร่งกดลิงก์ ซึ่งเราจะเรียกว่า การหลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต"

เราขอเน้นย้ำว่า หากนักลงทุนได้รับโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่โบรกเกอร์หรือธนาคาร โดยบอกรายละเอียดพอร์ตหุ้นได้ถูกต้อง อย่าเพิ่งปักใจเชื่อ เพราะคนร้ายใช้หลักจิตวิทยา Authority Bias หรือการอ้างอำนาจเพื่อลดความหวาดระแวงของเหยื่อ

มาตรการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ TSD ได้ดำเนินการส่งอีเมลและ SMS แจ้งเตือนผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้ง 2 แสนราย โดยตรงแล้ว รวมถึงประสานงานกับโบรกเกอร์ คัสโตเดียน และธนาคารพาณิชย์เพื่อให้เฝ้าระวังธุรกรรมที่ผิดปกติ

ข้อควรปฏิบัติสำหรับนักลงทุน

1.)ตรวจสอบแหล่งที่มา: SMS หรืออีเมลจาก TSD ของจริงจะ ไม่มีลิงก์ให้กด โดยเด็ดขาด

2.)สังเกต URL: หากมีลิงก์แนบมา ให้ดูโดเมนเนม หากลงท้ายด้วย .xyz หรือโดเมนฟรีให้สันนิษฐานว่าเป็นของปลอม ของจริงมักเป็น .co.th หรือ .ac.th

3.)ตั้งสติ: หากพบความผิดปกติในการล็อกอิน หรือสงสัยว่าข้อมูลถูกสวมรอย ให้รีบติดต่อสถาบันการเงินทันที และแจ้งความผ่าน สายด่วน 1441 (AOC) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง