วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘วายุภักษ์’ ปรับพอร์ตล็อก‘กำไร’ แจงขาย ‘บางจาก’ ไม่เกี่ยวเงินปันผล ยันรอบล่าสุดจ่ายแล้ว

ผู้บริหารกองทุน “วายุภักษ์” สยบกระแสข่าวสะพัด ปมขาย “หุ้นบางจาก” ยันแค่ปรับพอร์ต-ทำกำไรตามรอบ ปฏิเสธข่าวขายหุ้นสำรอง “จ่ายปันผล” ชี้จ่ายเรียบร้อยแล้วเมื่อต้นสัปดาห์ พร้อมโชว์ฟอร์มแกร่ง “ผลตอบแทน” ทะลุเป้า มั่นใจส่งมอบ “รีเทิร์น” ให้นักลงทุนใกล้เคียงเพดานสูงสุด 9%

KEY POINTS

  • กองทุนวายุภักษ์ขายหุ้นบางจาก (BCP) เพื่อปรับพอร์ตการลงทุนและทำกำไร (ล็อกกำไร) หลังจากราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น
  • ผู้บริหารกองทุนปฏิเสธข่าวลือที่ว่าการขายหุ้นครั้งนี้เพื่อนำเงินไปจ่ายปันผล โดยยืนยันว่าได้จ่ายเงินปันผลรอบครึ่งปีแรกให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไปเรียบร้อยแล้ว
  • กองทุนมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเกินเป้าหมาย และมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนได้ใกล้เคียงเพดานสูงสุดที่ 9%

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานการจำหน่ายหลักทรัพย์บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP โดยกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2569 โดยกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ได้ดำเนินการจำหน่ายหุ้นของ BCP ในครั้งนี้จำนวน 2,549,400 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.1742% ดังนั้น จึงส่งผลให้กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง เหลือการถือหุ้น BCP ภายหลังจากการทำรายการจำนวน 217,411,646 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 14.8609%

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย หนึ่งในผู้บริหารเงินกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 ชี้แจงกรณีที่มีรายงานการขายหุ้น BCP ออกมาในช่วงนี้ โดยยืนยันการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อ “การปรับพอร์ตลงทุน” (Portfolio Rebalancing) ตามรอบปกติ เนื่องจากราคาหุ้นได้ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว จึงเป็นจังหวะในการขายทำกำไร เพื่อบริหารจัดการเงินลงทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

‘วายุภักษ์’ ปรับพอร์ตล็อก‘กำไร’ แจงขาย ‘บางจาก’ ไม่เกี่ยวเงินปันผล ยันรอบล่าสุดจ่ายแล้ว

นอกจากนี้ ยังได้ปฏิเสธกระแสข่าวที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและบทวิเคราะห์ของบางโบรกเกอร์ที่ระบุว่า “กองทุน” จำเป็นต้องรีบขายหุ้นเพื่อนำเงินมาตั้งสำรองสำหรับจ่ายเงินปันผล โดยชี้แจงว่าข้อมูลดังกล่าว มิใช่ความจริง เนื่องจากกองทุนวายุภักษ์ได้ดำเนินการจ่ายเงินปันผลสำหรับรอบผลประกอบการครึ่งปีแรกให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนไปเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนั้น การขายหุ้นในขณะนี้จึงไม่เกี่ยวกับการตั้งสำรองเพื่อจ่ายปันผลตามที่ถูกตั้งข้อสังเกตแต่อย่างใด

“การจะขายหุ้นตอนนี้เพื่อสำรองจ่ายปันผลสิ้นปีเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล และหากจะขายเพื่อจ่ายปันผลกลางปี ก็ควรจะต้องขายและจ่ายไปก่อนหน้านี้แล้ว”

ทั้งนี้ ยังเน้นย้ำว่าการบริหารจัดการกองทุนวายุภักษ์ มีรูปแบบ Active Management และการทำ Rotation หรือการหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรมตามโอกาสที่เหมาะสม นับเป็นบทบาทหน้าที่หลักของผู้จัดการกองทุนในการดูแลผลประโยชน์ของนักลงทุน

“การที่กองทุนไม่นิ่งเฉยและมีการขยับตัวตามกลไกตลาดถือเป็นเรื่องที่ดีต่อผู้ถือหน่วยลงทุน และในอนาคตกองทุนยังคงมี นโยบายที่จะพิจารณาซื้อและขายหุ้นกลับ เมื่อเห็นจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมต่อไป”

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้กองทุนวายุภักษ์ สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในสภาวะตลาดปัจจุบัน ด้วยกลยุทธ์การเน้นลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า ช่วยสร้างสภาพคล่องและกระแสเงินสดที่เพียงพอสำหรับการบริหารจัดการและการลงทุนต่อเนื่องแม้ในช่วงที่ตลาดเป็นขาลง

โดยในปัจจุบัน ผลตอบแทนจากการดำเนินงานจริงได้ปรับตัวสูงขึ้นจนทะลุเป้าหมายไปแล้ว ทำให้ผู้บริหารมีความมั่นใจว่าผลตอบแทนที่จะส่งมอบให้กับนักลงทุนจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเพดานสูงสุดที่ 9% ตามที่ได้ระบุไว้

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์โลกและผลกระทบจากภาวะสงคราม กองทุนวายุภักษ์ ได้มีการปรับพอร์ตการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเลือกที่จะเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากสถานการณ์ปัจจุบัน ได้แก่

กลุ่มพลังงานและเคมีภัณฑ์ ซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรงจากต้นทุนและราคาในตลาดโลก และกลุ่มธนาคารที่ได้รับผลบวกจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับเอื้ออำนวย

ในทางกลับกันกองทุนได้เลือกที่จะ “ลดน้ำหนัก” ในกลุ่มธุรกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง หรือได้รับผลกระทบจากต้นทุนผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มการท่องเที่ยว ซึ่งกองทุนตัดสินใจรอดูสถานการณ์ให้มีความชัดเจนมากกว่านี้ก่อนจะพิจารณากลับมาลงทุนใหม่อีกครั้ง

นอกจากการบริหารจัดการในระยะสั้นแล้ว กองทุนวายุภักษ์” ยังมุมเน้นการบริหารจัดการในระยะยาวจะเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม ESG ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์ระดับประเทศที่ภาครัฐต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เพื่อสร้างเสถียรภาพ และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั้งสถาบันในไทยและต่างชาติให้กลับเข้ามาอย่างชัดเจน

พร้อมกันนี้ ยังมองทิศทางลงทุนหุ้นไทย คาดในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ จะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับโมเดลการลงทุนใหม่ ๆ หรือการปรับเงื่อนไขกองทุนต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุนไทยช่วงครึ่งปีหลัง ถือเป็นข่าวดีที่จะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจไทยเติบโตได้ตามเป้าหมายในสายตานักลงทุนทั่วโลก