วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘AMATA’ คาดกำไรเพิ่มขึ้น 700% รับรู้รายได้ ‘สมาร์ทซิตี้-ชลบุรี’ เป็นไตรมาสแรก

“นักวิเคราะห์” คาดการณ์กำไรสุทธิ “AMATA” ที่ 1,030 – 1,202 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 636% – 760% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังรับรู้รายได้จากการโอนที่ดินกำไรสูงในโครงการอมตะ สมาร์ท ซิตี้ ชลบุรี มองแนวโน้มครึ่งหลังเข้าสู่ไฮซีซัน ได้แรงหนุนจากเงินลงทุนต่างชาติจากอุตสาหกรรมเอไอ-ดาต้าเซ็นเตอร์และแบ็กล็อกแข็งแกร่ง

“อาศิส ภมรานนท์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดการณ์ “กำไรสุทธิ” บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 1,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 636% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากรายได้ "การโอนที่ดิน" ในโครงการ อมตะ สมาร์ท ซิตี้ (AMATA Smart City) ที่มีราคาขายเฉลี่ยสูงกว่าปกติ

สำหรับยอดขายที่ดิน (Presales) ของ AMATA ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 271 ไร่ ในไทย 254 ไร่ และเวียดนาม 17 ไร่ ในจำนวนนี้มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ราว 100 ไร่ และกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงอีกประมาณ 50 ไร่

ถึงแม้จะยังไม่มียอดขายจากกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาในไตรมาสนี้ แต่คาดว่าจะเริ่มเห็นการซื้อขายช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งในจำนวนนี้มีโครงการที่มีศักยภาพสูง 5 โครงการ รวมพื้นที่กว่า 300 ไร่ ด้านผู้บริหาร AMATA ยังคงเป้าหมายยอดขายที่ดินในไทยไว้ที่ 1,650 ไร่ในปี 2569

ทั้งนี้ ประเมินกระแสเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ไหลเข้าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของบริษัทในระยะยาว คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมองว่ายอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญช่วงครึ่งหลังปี 2569 รวมถึงบริษัทยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ หรือ “แบ็กล็อก” (Backlog) ที่แข็งแกร่ง

“วนิดา ไกสเล่อร์” นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) หรือ KGI กล่าวว่า คาดการณ์ “กำไรสุทธิ” ของ AMATA ในไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 1,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 738% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากยอดโอนที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับราคาขายเฉลี่ย รวมถึงค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลง แม้ว่ากำไรสุทธิจะลดลง 15% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ลดลงก็ตาม

ด้านยอดขายที่ดินในไตรมาส 2 ปี 2569 ของ AMATA อยู่ที่ 271 ไร่ ส่งผลให้ยอดขายที่ดินรวมในครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 378 ไร่ โดยคิดเป็น 13.5% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีของฝ่ายบริหารที่ตั้งไว้ 2,800 ไร่ แบ่งเป็นในไทย 1,650 ไร่ เวียดนาม 550 ไร่ และลาว 600 ไร่

ขณะที่ยอดโอนที่ดินในไตรมาส 2 ปี 2569 พุ่งขึ้นสู่ระดับ 288 ไร่ สร้างรายได้จากการขายที่ดินที่ 2,380 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากโครงการอมตะซิตี้ ชลบุรี 1-2 และโครงการสมาร์ทซิตี้ ชลบุรี ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่มีอัตรากำไรสูง ส่งผลให้ยอดโอนที่ดินรวมครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 594 ไร่ หรือคิดเป็น 36% ของประมาณการทั้งปี

ทั้งนี้ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีแบ็กล็อกที่ 1.85 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นในไทย 1.7 หมื่นล้านบาท และในเวียดนาม 1.5 พันล้านบาท

แนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลัง มองว่าจะแข็งแกร่งกว่าครึ่งปีแรกตามสถิติ โดยคาดว่ายอดขายที่ดินจะอยู่ที่ประมาณ 600 ไร่ในไตรมาส 3 ปี 2569 และจะขึ้นสู่จุดสูงสุดในไตรมาส 4 ปี 2569 โดยมีมาตรการเร่งรัดการลงทุน Thailand Fast Pass เป็นปัจจัยเร่งการลง คงคำแนะนำ “ซื้อ”

นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.พาย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองที่ระมัดระวังมากกว่า โดยระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดการณ์ “กำไรสุทธิ” AMATA ไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1,202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 760% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน 

สำหรับรายได้หลักไตรมาส 2 ปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 3,870 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายที่ดิน 2,462 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 158% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังเริ่มโอน "สมาร์ท ซิตี้ ชลบุรี"  ซึ่งเป็นโครงการที่มีราคาขายต่อไร่สูงที่สุดในทุกนิคมฯ เป็นไตรมาสแรกที่ราว 119 ไร่ 

อย่างไรก็ดี ยอดขายที่ดินสะสมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ทำได้เพียง 378 ไร่ ห่างจากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 2,800 ไร่ สาเหตุมาจากการเจรจากับลูกค้าใช้เวลานานกว่าปกติ รวมถึงลูกค้ารายใหญ่จากจีนยังคงรอการอนุมัติการลงทุนนอกประเทศ (ODI)

ถึงแม้ผู้บริหารยังคงเป้าหมายเดิมไว้ แต่เรามองว่า "มีความเสี่ยง" เนื่องจากเป้าหมายยอดขายที่ดินในลาว 600 ไร่ ยังไม่มีลูกค้าตกลงซื้อ เป้าหมายยอดขายที่ดินในไทย 1,650 ไร่ ยังมีลูกค้ารอเจรจาอีกกว่า 700 ไร่ ขณะที่เป้าหมายในเวียดนามตั้งไว้ 550 ไร่ ปัจจุบันทำได้เพียง 17 ไร่

แต่ถึงแม้ว่ายอดขายที่ดินปีนี้จะพลาดเป้า แต่มองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในปี 2569 เนื่องจากบริษัทมีแบ็กล็อกแกร่งกว่า 18,000 ล้านบาท ปรับลดคำแนะนำเป็น "ถือ" หลังจากราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมามากแล้ว