วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

3 หุ้นนิคมฯ บวก AMATA พุ่งนำ 3.38% หลังผลงาน Q1/69 ดีกว่าคาด

3 หุ้นนิคมฯ บวก AMATA พุ่งนำ 3.38% หลังผลงาน Q1/69 ดีกว่าคาด

ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 15 พ.ค.2569 เวลา 10.40 น. หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมบวก นำโดย 

หุ้น AMATA บวก 3.38% เพิ่มขึ้น 0.70 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 21.40 บาท 
หุ้น WHA บวก 1.71% เพิ่มขึ้น 0.08 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.76 บาท 
หุ้น ROJNA บวก 0.82% เพิ่มขึ้น 0.04 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.92 บาท 
 

3 หุ้นนิคมฯ บวก AMATA พุ่งนำ 3.38% หลังผลงาน Q1/69 ดีกว่าคาด

กรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อยและนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้ หุ้นในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบริษัทขนาดใหญ่ในกลุ่มที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด โดยเฉพาะ AMATA

ทั้งนี้ AMATA รายงาน กำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้นประมาณ 32% จากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ราว 1,400 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ถึง 55% สะท้อนถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง

ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ยอดโอนที่ดินยังเติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1/2569 มีการโอนที่ดินแล้ว 306 ไร่ เพิ่มขึ้นจาก 279 ไร่ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมยังมีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาสนับสนุนต่อเนื่อง ทั้งจากนโยบายภาครัฐ กระแสการลงทุน Data Center ที่ต้องการพื้นที่รองรับเพิ่มขึ้น รวมถึงโครงการแลนด์บริดจ์ภาคใต้ที่จะผลักดันพื้นที่ภาคใต้ให้กลายเป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ในลักษณะเดียวกับ EEC ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้หุ้นในกลุ่มนิคมฯ มากขึ้น

สำหรับ WHA มีมุมมองเป็นกลางหลังการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุด โดยบริษัทยังคงเป้ายอดขายที่ดินปีนี้ไว้ที่ 2,500 ไร่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง AMATA และ WHA มองว่าทั้งสองบริษัทมีจุดเด่นต่างกัน โดย AMATA เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงไปต่างประเทศ เนื่องจากมีฐานธุรกิจทั้งในไทยและเวียดนาม ขณะที่ WHA เน้นการเติบโตในประเทศเป็นหลัก

ทั้งนี้ ยังให้น้ำหนักเชิงบวกต่อ WHA มากกว่าในระยะนี้ เนื่องจากราคาหุ้นยังปรับตัวขึ้นช้ากว่ากลุ่ม หรืออยู่ในลักษณะ Laggard และในเชิงกระแสเงินลงทุนนักลงทุนมักมอง WHA เป็นหุ้นนำของกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามหุ้นตัวอื่นในกลุ่มได้