วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

PTTGC พุ่ง 6.67% รับลุ้นกำไร Q2/69 แตะ 9.5 พันล้าน โต 193% สูงสุดรอบ 3 ปี

หุ้น PTTGC ปรับตัวขึ้น 6.67% หลังนักวิเคราะห์คาดผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ฟื้นตัวแข็งแกร่ง มีกำไรสุทธิแตะ 9,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 193% จากไตรมาสก่อน และเป็นกำไรรายไตรมาสสูงสุดในรอบ 3 ปี จากแรงหนุนของธุรกิจปิโตรเคมีที่กลับมาฟื้นตัว พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ขึ้น 19% และคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 45 บาท มองราคาหุ้นยัง Laggard เมื่อเทียบกับกลุ่มโรงกลั่น และปิโตรเคมี

KEY POINTS

  • ราคาหุ้น PTTGC ปรับตัวขึ้น 6.67% หรือ 2.50 บาท มาอยู่ที่ 40.00 บาท จากการคาดการณ์ว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด
  • นักวิเคราะห์ประเมินว่า PTTGC จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 ประมาณ 9,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 193% จากไตรมาสก่อน (QoQ)
  • หากเป็นไปตามคาดการณ์ กำไรดังกล่าวจะถือเป็นกำไรรายไตรมาสที่สูงที่สุดของบริษัทในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ไตรมาส 2/2564
  • ปัจจัยหนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจปิโตรเคมี โดยเฉพาะการลดการปิดซ่อมบำรุงโรงงาน ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 22 ก.ค.2569 หุ้น PTTGC หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บวก 6.67% เพิ่มขึ้น 2.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 40.00 บาท 
 

PTTGC พุ่ง 6.67% รับลุ้นกำไร Q2/69 แตะ 9.5 พันล้าน โต 193% สูงสุดรอบ 3 ปี

ปรินทร์ นิกรกิตติโกศล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า ประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้น PTTGC ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นวันนี้ มาจากผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด จากการฟื้นตัวของธุรกิจปิโตรเคมีในหลายผลิตภัณฑ์ ขณะที่ภาพรวมธุรกิจเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังการปิดซ่อมบำรุงโรงงานลดลง
 

ทั้งนี้ ประเมินว่า PTTGC จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ประมาณ 9,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 193% จากไตรมาสก่อน (QoQ) และพลิกกลับจากผลขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) หากผลประกอบการเป็นไปตามประมาณการ จะถือเป็นกำไรรายไตรมาสที่สูงที่สุดของบริษัทนับตั้งแต่ไตรมาส 2/2564 สะท้อนการฟื้นตัวของวัฏจักรปิโตรเคมีที่เริ่มชัดเจนมากขึ้น

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ผลักดันผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 มาจากธุรกิจปิโตรเคมีเป็นหลัก ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์อโรเมติกส์ โอเลฟินส์ และธุรกิจผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ โดยแรงสนับสนุนสำคัญมาจากการที่โรงงานมีการปิดซ่อมบำรุงลดลง ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ประกอบกับส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มโอเลฟินส์ที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดโลก รวมถึงอานิสงส์จาก Time Lag ของราคาขายที่เริ่มสะท้อนการปรับขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาสแรก

นอกจากนี้ รายได้จากผลิตภัณฑ์พลอยได้ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซลที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจปิโตรเคมีปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธุรกิจปิโตรเคมีจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง แต่ธุรกิจโรงกลั่นยังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันดิบ (Crude Premium) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าการกลั่น ขณะเดียวกัน ยังได้รับผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ ทั้งการตรึงราคาน้ำมันดีเซล และมาตรการห้ามส่งออกน้ำมัน ซึ่งส่งผลให้ผลประกอบการของธุรกิจโรงกลั่นอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน นอกจากนี้ บริษัทจะมีรายการพิเศษจากการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ รวมถึงผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันบางส่วนเข้ามากดดันผลประกอบการในช่วงไตรมาสนี้ด้วย

ทั้งนี้ จากแนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีแรกที่ออกมาดีกว่าคาด จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้นอีก 19% มาอยู่ที่ประมาณ 13,000 ล้านบาท แม้ว่าจะประเมินว่าในไตรมาส 3/2569 ผลประกอบการอาจชะลอลงบ้าง จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่เริ่มอ่อนตัวลงตามภาวะตลาด แต่ประมาณการดังกล่าวได้รวมความเสี่ยงจากโอกาสเกิดผลขาดทุนสต๊อกน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลังไว้เรียบร้อยแล้ว จึงมองว่าภาพรวมกำไรทั้งปีของ PTTGC ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า

โดยในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น PTTGC โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 45 บาทต่อหุ้น แม้ว่าราคาหุ้น PTTGC ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จะปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 12% แต่เมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มโรงกลั่น และปิโตรเคมีที่ปรับตัวขึ้นเฉลี่ยกว่า 30% ในช่วงเวลาเดียวกัน จะเห็นว่าหุ้น PTTGC ยังปรับตัวขึ้นช้ากว่ากลุ่ม หรือยังอยู่ในสถานะ Laggard

ดังนั้น นักลงทุนยังสามารถใช้จังหวะก่อนการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เข้าลงทุนหรือเก็งกำไรได้ เนื่องจากเชื่อว่างบการเงินที่จะประกาศออกมาจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนราคาหุ้นในระยะถัดไป อีกทั้งหลังการปรับประมาณการกำไรขึ้น มูลค่าหุ้นในปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์