บลูมเบิร์ก รายงานว่า Moonshot AI ได้แจ้งต่อกลุ่มนักลงทุนว่าบริษัทกำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ ไอพีโอ อย่างเร็วที่สุดภายใน 6 เดือนข้างหน้า โดยอาศัยจังหวะนี้ในการระดมทุนจากตลาดทุน หลังจากโมเดลล่าสุดของบริษัทสามารถพลิกความเข้าใจเดิม ๆ ของอุตสาหกรรมที่มีต่อขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีน และส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงอย่างหนัก
แหล่งข่าวระบุว่า สตาร์ตอัปผู้บุกเบิกด้าน AI ของจีนรายนี้ได้แจกจ่ายมติผู้ถือหุ้นให้แก่นักลงทุนอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อขอความเห็นชอบจากกลุ่มผู้สนับสนุนในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยการเริ่มกระบวนการแจ้งเตือนนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการทำ IPO อาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดภายในช่วงครึ่งปีข้างหน้า
แหล่งข่าวกล่าวเสริมว่า ขณะนี้มูนช็อตกำลังอยู่ในกระบวนการสรุปปิดรอบการระดมทุน ซึ่งอาจทำให้สตาร์ตอัปที่มีอายุเพียง 3 ปีแห่งนี้มีมูลค่าสูงกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
พวกเขากล่าวโดยขอไม่เปิดเผยตัวตนเนื่องจากเป็นข้อตกลงส่วนบุคคลว่า สตาร์ตอัปรายนี้ประเมินว่าช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุด หลังจากรายได้ประจำปีล่วงหน้า (ARR) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดยอดขายในอนาคต พุ่งแตะระดับ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมิถุนายน ซึ่งก่อนหน้านี้สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เคยรายงานว่ามูนช็อตทำรายได้ประจำปีล่วงหน้าได้ถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนเมษายน
เดิมทีมูนช็อตได้เตรียมที่จะเปิดตัวสู่ตลาดสาธารณะก่อนการปล่อยโมเดล Kimi K3 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นโมเดลแบบ open-weight ที่มีความก้าวหน้ามากกว่า โดยทางบริษัทระบุว่าโมเดลนี้มีประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมเหนือกว่าคู่แข่งทุกราย ยกเว้นเพียง Claude Fable 5 ของ Anthropic และ GPT-5.6 ของ OpenAI เท่านั้น
- ตลาดตอบรับคึกคัก
ความต้องการใช้งาน Kimi K3 พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา จนทำให้มูนช็อตต้องประกาศระงับการสมัครสมาชิกใหม่ชั่วคราว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ "จัดสรรทรัพยากรการประมวลผล (compute) ให้แก่สมาชิกปัจจุบันเป็นอันดับแรก" ตามที่บริษัทได้ชี้แจงผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์
ผู้สังเกตการณ์จำนวนมากต่างประทับใจในขีดความสามารถและขนาดของ Kimi K3 ซึ่งมีพารามิเตอร์สูงถึง 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์ สำหรับโมเดลประเภท open-weight ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดพารามิเตอร์เหล่านี้ไปปรับแต่งเองได้
การทำ IPO ในครั้งนี้จะถือเป็นก้าวสำคัญของสตาร์ตอัปที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งร่วมก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2023 โดย หยาง จื้อหลิน (Yang Zhilin) อดีตศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยชิงหวา ผู้ซึ่งเคยร่วมงานกับ Meta Platforms Inc ของ [Alphabet Inc ทั้งนี้ ชื่อภาษาจีนของสตาร์ตอัปแห่งนี้แปลว่า "Dark Side of the Moon" ซึ่งตั้งตามชื่ออัลบั้มโปรดของหยางของวง Pink Floyd
สำนักข่าวบลูมเบิร์กเคยรายงานว่า สตาร์ตอัปที่มีฐานการดำเนินงานในกรุงปักกิ่งแห่งนี้ เริ่มพิจารณาการเข้าจดทะเบียนในฮ่องกงตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้หารือกับ China International Capital Corpรวมถึง Goldman Sachs Group Inc เพื่อเตรียมการเสนอขายหุ้น ขณะที่สื่อ PEdaily ของจีนได้รายงานเกี่ยวกับกำหนดเวลาที่เป็นไปได้สำหรับการจดทะเบียนของมูนช็อตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
- จีนพัฒนาเอไอไปอย่างรวดเร็ว
นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท มูนช็อตถูกกลบรัศมีโดยชื่อที่คุ้นหูมากกว่าอย่าง DeepSeek ซึ่งเป็นผู้ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่ซิลิคอนวัลเลย์ด้วยโมเดลอันทรงพลังในปี 2025 อย่างไรก็ตาม มูนช็อตยังคงยืนหยัดอยู่แถวหน้าของการพัฒนาอุตสาหกรรมในจีน ร่วมกับห้องปฏิบัติการ AI รายอื่น ๆ ที่รุกตลาดอย่างดุดัน เช่น Qwen ของ Alibaba Group Holding, MiniMax Group Inc และ Z.AI
มูนช็อตได้เริ่มกระบวนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรที่เรียกว่าโครงสร้างแบบ "Red Chip" (การจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งต่างประเทศเพื่อถือหุ้นบริษัทในจีน) ซึ่งเป็นเงื่อนไขจำเป็นเพื่อให้ขั้นตอนการจดทะเบียนในต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ตัวแทนของมูนช็อตยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นนอกเวลาทำการปกติ
ความสำเร็จครั้งสำคัญของสตาร์ตอัปรายนี้สะท้อนให้เห็นว่า สมรภูมิการแข่งขัน AI ของจีนกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว โดยผลการประเมินของ Artificial Analysis ได้จัดอันดับให้ Kimi K3 มีคะแนนนำหน้าโมเดล Opus 4.8 ของ Anthropic ในเกณฑ์มาตรฐานระดับแนวหน้าบางตัว (frontier benchmarks) ส่งผลให้มันกลายเป็นโมเดล open-weight ตัวแรกของจีนที่บรรลุความสำเร็จในระดับนี้
Kimi K3 ถูกตั้งราคาไว้ในระดับใกล้เคียงกับโมเดล Sonnet ของ Anthropic ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามูนช็อตเชื่อมั่นว่าจะสามารถคิดราคาพรีเมียมที่สูงกว่าโมเดลจีนตัวอื่น ๆ ได้เมื่อพิจารณาจากศักยภาพของผลิตภัณฑ์ แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยว่า นับตั้งแต่การเปิดตัว K3 ยอดขายรายวันได้พุ่งทะยานขึ้นอย่างน้อย 6 เท่า
ปัจจุบันบริษัทกำลังจำหน่ายแผนการสมัครสมาชิกแบบแบ่งระดับ (tiered subscription) สำหรับแชทบอทของตนเอง และเปิดให้ลูกค้าองค์กรเข้าถึงเทคโนโลยีพื้นฐานนี้ได้ นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวเอเจนต์ AI อเนกประสงค์ตัวใหม่ในชื่อ Kimi Work ทว่าภาพรวมธุรกิจของบริษัทยังคงมีขนาดเล็กกว่าคู่แข่งอย่าง Z.AI ซึ่งกำลังอยู่ในเส้นทางที่จะทำยอดขายได้สูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
มูนช็อตกำลังเร่งรีบเข้าสู่ตลาดทุนในจังหวะที่รัฐบาลปักกิ่งกำลังเพิ่มการสนับสนุนการพัฒนา AI ภายในประเทศ โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวชื่นชมความก้าวหน้าของจีนในด้าน AI ต้นทุนต่ำ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีระเบียบทางเทคโนโลยีระดับโลกที่เปิดกว้างมากขึ้น
ด้าน DeepSeek ก็กำลังวางแผนทำ IPOในปี 2027 เช่นกัน แม้ว่าในขณะเดียวกันจะยังคงแสวงหาเงินทุนรอบที่สองจากนักลงทุน เพื่อสร้างกองทุนสนับสนุนที่ใหญ่ขึ้นในการพัฒนาบริการ AI และนำเสนอสู่ตลาดโลกในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งจากสหรัฐ อย่างมาก


