"SAWAD" เตรียมออกหุ้นกู้ 4 รุ่น อายุ 3, 5, 7 และ 10 ปี แก่นักลงทุนทั่วไป ให้อัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ 4.1% ต่อปี เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจ ชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนด และบริหารโครงสร้างเงินทุน คาดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 25-27 ส.ค. 2569
นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยว่า SAWAD เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีหลักประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ครั้งที่ 2 ปี 2569 จำนวน 4 รุ่น แก่ผู้ลงทุนทั่วไป อายุหุ้นกู้ 3 ปี, 5 ปี, 7 ปี, และ 10 ปี โดยอัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะอยู่ระหว่าง 2.75–4.10% ต่อปี และมีการจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน
“การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ แผนบริหารโครงสร้างเงินทุน เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนด ภายใต้การบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
สำหรับ หุ้นกู้ทั้ง 4 รุ่น ที่เสนอขายในครั้งนี้ เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยกำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดให้ผู้ลงทุนทั่วไปจองซื้อระหว่างวันที่ 25–27 ส.ค. 2569 ประกอบไปด้วย
- หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.75–2.95% ต่อปี
- หุ้นกู้อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.10–3.25% ต่อปี
- หุ้นกู้อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.55–3.75% ต่อปี
- หุ้นกู้อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.00–4.10% ต่อปี
โดยอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับ ความน่าเชื่อถือ ที่ระดับ “A-(tha)” แนวโน้ม “Stable” จากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
การได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ระดับ “A-(tha)” แนวโน้ม “Stable” สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และศักยภาพในการบริหารจัดการของบริษัทอย่างเข้มแข็ง ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในต้นทุนที่เหมาะสม
“บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการบริหารความเสี่ยงและวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น และเป็นทางเลือกการลงทุนที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ลงทุนในระยะยาว”


