ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 16 มิ.ย.2569 หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นยกแผง นำโดย
- หุ้น SAWAD บวก 3.23% เพิ่มขึ้น 0.70 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 22.40 บาท
- หุ้น AMANAH บวก 3.03% เพิ่มขึ้น 0.02 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 0.68 บาท
- หุ้น MTC บวก 2.56% เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 30.00 บาท
- หุ้น NCAP บวก 2.24% เพิ่มขึ้น 0.06 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.74 บาท
- หุ้น HENG บวก 2.15% เพิ่มขึ้น 0.02 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 0.95 บาท
- หุ้น MICRO บวก 2.00% เพิ่มขึ้น 0.02 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.02 บาท
- หุ้น CHAYO บวก 1.57% เพิ่มขึ้น 0.02 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.29 บาท
- หุ้น KTC บวก 0.83% เพิ่มขึ้น 0.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 30.50 บาท
- หุ้น AEONTS บวก 0.78% เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 96.50 บาท
- หุ้น SGC บวก 0.69% เพิ่มขึ้น 0.01 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.45 บาท
- หุ้น THANI บวก 0.60% เพิ่มขึ้น 0.01 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.69 บาท
- หุ้น TIDLOR บวก 0.56% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 18.10 บาท
ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ในเช้าวันนี้สะท้อนการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยง หรือเป็นสัญญาณการฟื้นตัวตามธีม Recovery Trade ที่นักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรหุ้นฟื้นตัว หลังความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้แรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนลดลง
โดยก่อนหน้านี้หุ้นกลุ่มนอนแบงก์ได้ปรับตัวลดลงค่อนข้างแรงนับตั้งแต่เกิดความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ผ่านมา ทำให้ระดับราคาหุ้นอยู่ในจุดที่น่าสนใจ เมื่อความเสี่ยงเริ่มคลี่คลาย ดังนั้น นักลงทุนจึงกลับเข้ามาเก็งกำไรในหุ้นที่ราคาปรับลงมากก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากทิศทางจาก Bond Yield ที่เริ่มทรงตัวมากขึ้น โดยมองว่าการปรับขึ้นของ Bond Yield มีข้อจำกัด ส่งผลดีต่อมูลค่าหุ้นในกลุ่มไฟแนนซ์ รวมถึงมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และแนวทางดูแลภาระหนี้ของภาครัฐ ซึ่งจะช่วยเสริมความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าในระยะถัดไป
การปรับขึ้นของหุ้นไฟแนนซ์ในวันนี้เป็นการเคลื่อนไหวตามกลุ่มท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในวันก่อนหน้า ทำให้หุ้นกลุ่มนอนแบงก์ซึ่งยังปรับตัวขึ้นน้อยกว่า มีแรงซื้อกลับเข้ามาต่อเนื่อง
สำหรับ กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ SAWAD ในเชิงเก็งกำไรระยะสั้น เนื่องจากเป็นหุ้นที่ปรับตัวลงแรงที่สุดในกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ จึงมีโอกาสเกิดแรงรีบาวด์ได้มากกว่าหุ้นตัวอื่นในกลุ่ม
ขณะที่ TIDLOR เหมาะสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว จากปัจจัยสนับสนุนสำคัญในโครงการซื้อหุ้นคืน ซึ่งช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้นและเพิ่มการป้องกันความเสี่ยงด้าน Downside ทำให้ราคาหุ้นมีเสถียรภาพมากกว่าหุ้นในกลุ่มเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม แม้หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์จะยังมีความน่าสนใจจากธีมการฟื้นตัวของตลาด แต่ผู้ลงทุนควรเลือกลงทุนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยผู้ที่เน้นเก็งกำไรอาจเลือกหุ้นที่มีโอกาสรีบาวด์สูง ขณะที่ผู้ลงทุนระยะยาวควรให้ความสำคัญกับหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีเครื่องมือช่วยพยุงราคาหุ้นในช่วงตลาดผันผวน

