"หุ้นไทย" วันนี้ (10 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,621.55 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.25 จุด หรือ 0.82% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากฟันด์โฟลว์ไหลเข้าโดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ รวมถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเม็ดเงินลงทุนภาครัฐ
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (10 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,621.55 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.25 จุด หรือ 0.82% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,621.55 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,612.12 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 77,145.34 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- SCB ราคาปิด 156.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 0.97% มูลค่าซื้อขาย 4,036.08 ล้านบาท
- BBL ราคาปิด 196.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 3,743.82 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 37.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.35% มูลค่าซื้อขาย 3,376.61 ล้านบาท
- KTB ราคาปิด 40.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.62% มูลค่าซื้อขาย 3,195.69 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 232.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.87% มูลค่าซื้อขาย 3,178.94 ล้านบาท
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ นักกลยุทธ์การลงทุน และกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ฟื้นตัวต่อเนื่องจากฟันด์โฟลว์ที่ไหลเข้าโดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์
ปัจจัยในประเทศได้แรงหนุนจากธีมลงทุนภาครัฐ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณี พ.ร.ก. 4 แสนล้านไม่ขัดต่อกฎหมาย เป็นบวกต่อกลุ่มนิคมฯ
รายได้บริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2 คาดยืนเหนือ 3 แสนล้านบาทได้ เติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ชะลอลงจากไตรมาสที่ผ่านมา กลุ่มที่โดดเด่นคาดว่าจะเป็นกลุ่มพลังงาน โรงไฟฟ้า ส่งออก และนิคมฯ
ขณะที่ในสัปดาห์หน้า (13 ก.ค.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,600 จุด แนวต้าน 1,644 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ
กลยุทธ์การลงทุน มองหุ้นไทยเป็น “เซฟฮาเว่น” เน้นกลุ่มธนาคาร เช่น BAY และ KKP นิคมฯ เช่น AMATA สื่อสารอย่าง ADVANC และโรงไฟฟ้าอย่าง GULF


