'TFG' ขยับเป้าขยายสาขา "Thai Foods Fresh Market" เป็น 875 สาขาภายในสิ้นปี 2569 หลังได้รับการตอบรับดีกว่าคาด
พร้อมเดินเครื่องโรงงานผลิตอาหารสัตว์แห่งใหม่ในเวียดนามช่วงครึ่งปีหลังช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ เชื่อมั่นรายได้ปีนี้โต 10-15% จากการส่งออก รวมถึงได้อานิสงส์จากราคาสุกรและไก่ที่เพิ่มขึ้น
นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เปิดเผยว่า คาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานของ TFG ในช่วงครึ่งปีหลังปี 2569 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากธุรกิจสุกรและไก่มีทิศทางที่ดี โดยราคาสุกรไทยและราคาไก่ปรับขึ้นมาจากช่วงเดือนพ.ค. 2569 ที่ผ่านมา ส่วนราคาสุกรเวียดนามทรงตัวในระดับที่ดี ส่งผลให้รายได้ของบริษัทมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ตลาดส่งออกยังมีความต้องการในระดับสูง โดยญี่ปุ่นยังเป็นตลาดส่งออกหลัก ขณะที่สหราชอาณาจักรมีอัตราการเติบโตโดดเด่นตามความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ โรงงานผลิตอาหารสัตว์แห่งใหม่ในประเทศเวียดนาม คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ภายในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ โดยกว่า 70% ของกำลังการผลิตจะใช้ภายในกลุ่มบริษัทเพื่อช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารห่วงโซ่อุปทาน และเสริมความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับธุรกิจค้าปลีก "Thai Foods Fresh Market" ยังคงเป็นเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ (New S-Curve) หลังได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคดีกว่าคาด ส่งผลให้บริษัทฯปรับเพิ่มเป้าหมายจำนวนสาขาสิ้นปี 2569 เป็น 875 สาขา จากเดิม 850 สาขา โดย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 มีสาขาแล้ว 690 แห่ง ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลธุรกิจ Market Driven อย่างเต็มรูปแบบ
“จากปัจจัยบวกทั้งราคาสินค้าเกษตร การขยายตลาดส่งออก การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการเติบโตของธุรกิจค้าปลีก ทำให้บริษัทฯยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 10-15% และมีโอกาสสร้างสถิติรายได้สูงสุดใหม่ (All Time High) ต่อเนื่อง” นายเพชรกล่าว
TFG ได้รับคัดเลือกเข้าคำนวณในดัชนี SET50 รอบครึ่งหลังปี 2569 และได้รับคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี MSCI Global Small Cap Index ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสการลงทุนจากกองทุนทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มสภาพคล่องการซื้อขาย และยกระดับการรับรู้ของนักลงทุนสถาบันทั่วโลก
อีกทั้งบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ยังปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัทฯเป็นระดับ BBB+ จากเดิม BBB สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น ภาระหนี้ที่ลดลง ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่ดี และความสำเร็จในการต่อยอดธุรกิจค้าปลีก ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพของรายได้และผลกำไรในระยะยาว
“การได้รับการยอมรับจากทั้งตลาดทุนและสถาบันจัดอันดับเครดิต สะท้อนศักยภาพการเติบโตของ TFG ทั้งด้านผลประกอบการ ฐานะการเงิน และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว”


