หุ้นเกาหลีใต้ดิ่งแรง 7% ร่วงหนักสุดในรอบหลายเดือน หลังแรงเทขายหุ้นชิปลามจากวอลล์สตรีท ขณะนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า "กระแสลงทุน AI" อาจร้อนแรงเกินจริง โมเมนตัมขาขึ้นไม่ยั่งยืน
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ร่วงลงอย่างหนักถึง 7% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (2 ก.ค. 69) ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ หลังแผนของ Meta Platforms บริษัทแม่ของเฟซบุ๊กที่จะเปิดขายกำลังประมวลผลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้จุดกระแสความกังวลเกี่ยวกับ "ภาวะกำลังการผลิต AI ที่อาจมากเกินความต้องการ" (overcapacity) ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปออกมา
ดัชนี Kospi ร่วงลงมากถึง 7% โดยมีแรงฉุดหลักๆ จากหุ้นสองผู้ผลิตชิปหน่วยความจำอย่าง "Samsung Electronics" และ "SK Hynix" ที่ต่างก็ปรับตัวลงอย่างน้อย 8% ระหว่างการซื้อขายเช้านี้
ขณะที่หุ้น SK Square ผู้ซึ่งเป็นถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของเอสเค ไฮนิกซ์ ร่วงลงมากกว่า 10% เช่นกัน สะท้อนแรงขายที่กระจายไปทั่วทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ ต้องระงับคำสั่งขายแบบตั้งโปรแกรมอัตโนมัติ (program selling) ชั่วคราว หลังสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี Kospi ร่วงลงอย่างรุนแรง
การร่วงลงดังกล่าวสอดคล้องกับการเปิดเดือนก.ค. ที่ย่ำแย่ของตลาดหุ้นแนสแด็ก สหรัฐ หลังนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มชิปอย่างหนัก ฉุดให้ราคาหุ้น Micron Technology ดิ่งลงมากกว่า 10% แม้ว่าราคาหุ้นยังคงปรับขึ้นถึง 260% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่หุ้น Sandisk ก็ร่วงลงมากกว่า 10% เช่นกัน ส่วนหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อื่นๆ อย่าง Nvidia และ Broadcom ลดลงราว 1-2%
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจยิ่งเพิ่มความกังวลของนักลงทุนต่อ "ความยั่งยืน" ของโมเมนตัมขาขึ้นหุ้นกลุ่มชิป หลังจากอุตสาหกรรม AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วผลักดันให้ราคาหุ้นกลุ่มนี้ทะยานขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยหุ้นขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้ถือเป็นหัวใจสำคัญของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ และได้รับประโยชน์จากความต้องการฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ความผันผวนล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเริ่มมีคำถามเกี่ยวกับความยั่งยืนของกระแส AI
ก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์กรายงานว่า เมตากำลังพัฒนาแผนธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ เพื่อให้บริการกำลังประมวลผล AI และโมเดล AI แก่ลูกค้า นอกจากนี้ หุ้นผู้ผลิตชิปเกาหลีใต้ยังได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า "Apple" กำลังเจรจาซื้อชิปหน่วยความจำจากผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์จีน 2 ราย ซึ่งสร้างความกังวลว่าความได้เปรียบทางการแข่งขันของซัมซุงและเอสเค ไฮนิกซ์อาจเริ่มลดลง
"แม้ประเด็นของเมตาจะสร้างแรงกดดัน แต่เรื่องการลงทุนด้าน AI โดยรวมยังไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่นักลงทุนเริ่มเลือกลงทุนมากขึ้น" ฮา ซอกกึน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของบริษัท Eugene Asset Management ในกรุงโซลกล่าว
"การใช้จ่ายด้าน AI ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นปัจจัยบวกโดยไม่มีเงื่อนไขอีกต่อไป นักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) และความเสี่ยงจากกำลังการผลิตส่วนเกินมากขึ้น"
สำหรับกรณีที่แอปเปิลกำลังเจรจากับบริษัท ChangXin Memory Technologies (CXMT) และ Yangtze Memory Technologies (YMTC) ฮาระบุว่าข่าวดังกล่าวอาจกดดันความเชื่อมั่นต่อตลาดหน่วยความจำ DRAM ทั่วไป ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตเกาหลีใต้ยังคงมีอำนาจในการกำหนดราคาอยู่
แม้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้จะเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในปีนี้ แต่การพึ่งพาหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิปเพียงไม่กี่แห่ง ทำให้ตลาดมีความ "เปราะบาง" ต่อความผันผวนทุกครั้งที่ความเชื่อมั่นต่อกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ อีกปัจจัยที่ยิ่งเพิ่มความผันผวนในตลาดก็คือ "กองทุน ETF แบบใช้เลเวอเรจ" ซึ่งขยายทั้งแรงบวกและแรงลบของตลาด ทำให้ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นรุนแรงยิ่งขึ้น
เจอรัลด์ กัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Reed Capital กล่าวว่า ความอ่อนแอของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับตัวลงของตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา และตลาดหุ้นเกาหลีใต้อาจยังอยู่ในช่วงที่นักลงทุนรายย่อยซึ่งใช้เลเวอเรจสูง ทยอยลดสถานะการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งเป็นกลุ่มหุ้นหลักที่ผลักดันดัชนีตลาดในช่วงที่ผ่านมา




