วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (30 มิ.ย. 2569) ปิดบวก 5.46 จุด หุ้นเทคฯสหรัฐฟื้น-ตลาดภูมิภาคหนุน

"หุ้นไทย" เช้านี้ (30 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,583.27 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.46 จุด หรือ 0.35% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากบรรยากาศการลงทุนในตลาดภูมิภาค และการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดสหรัฐฯ แต่คาดอัปไซด์มีจำกัดหลังขาดปัจจัยใหม่ในประเทศ

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (30 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,583.27 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.46 จุด หรือ 0.35% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,585.58 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,576.00 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 39,544.96 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. ADVANC ราคาปิด 365.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท หรือ 2.24% มูลค่าซื้อขาย 3,075.94 ล้านบาท
     
  2. SCB ราคาปิด 147.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.68% มูลค่าซื้อขาย 3,044.28 ล้านบาท
     
  3. PTT ราคาปิด 35.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.71% มูลค่าซื้อขาย 2,025.71 ล้านบาท
     
  4. DELTA ราคาปิด 325.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 1,593.81 ล้านบาท
     
  5. KTB ราคาปิด 37.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.34% มูลค่าซื้อขาย 1,319.76 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ มีแนวโน้มแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยอาจมีความผันผวนจากการคำนวณดัชนี SET50-SET100 รวมถึงโอกาสการพักตัวของหุ้นเดลต้าที่อาจเผชิญกับเกณฑ์จำกัดน้ำหนักสูงสุด หรือ "แคปเวท" เข้ากดดัน แต่ตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสร้างบรรยากาศการลงทุนเชิงบวก

ปัจจัยต่างประเทศ ได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ "เอไอ" และมีความหวังต่อการลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้านอิหร่านปฏิเสธการเจรจาในสัปดาห์นี้ที่กรุงโดฮา ส่งผลให้ความไม่แน่นอนในภูมิภาคยังอยู่ในระดับสูง 

ราคาน้ำมันดิบยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยสัญญาน้ำมันดิบดับ Brent เพิ่มขึ้น 1.61% ปิดที่ 73.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กดดันสัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ส่งมอบเดือน ส.ค. ให้ปรับตัวลดลง 1.40% ปิดที่ 4,038.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนการลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะสั้นจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและโอกาสที่คณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ปัจจัยภายในประเทศ ในปัจจุบันยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาช่วยกระตุ้นตลาดอย่างชัดเจน ทำให้นักลงทุนยังคงต้องพึ่งพาแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติและบรรยากาศการลงทุนที่เป็นบวกจากตลาดต่างประเทศเป็นหลัก

ในระยะต่อไปคาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,570 จุด และแนวต้าน 1,590 จุด

โดยมีปัจจัยสำคัญในสัปดาห์นี้ที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ และอัตราการว่างงานที่คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 4.3% ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐ และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ หรือ พีเอ็มไอ ภาคการผลิตและบริการเดือน มิ.ย. ของจีน

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ BJC และกลุ่มแลกการ์ด ได้แก่ กลุ่มไฟแนนซ์ เช่น MTC, SAWAD และ TIDLOR กลุ่มค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น BJC, CPALL, ICHI, SAPPE และ TACC และกลุ่มโรงพยาบาล เช่น BCH, BDMS และ BH