CGH มีมติขายหุ้นทั้งหมดในบริษัทหลักทรัพย์ พาย และบริษัท ท็อปเทรดเดอร์ ให้แก่ Webull Holdings (Singapore) มูลค่ารวมประมาณ 2.87 พันล้านบาท โดยอยู่ระหว่างรออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 10 ส.ค. 2569 ก่อนคาดปิดดีลภายในไตรมาส 3 พร้อมเตรียมนำเงินที่ได้ไปลงทุนธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะด้านสุขภาพ สินเชื่อ และเสริมสภาพคล่องรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
KEY POINTS
- บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (CGH) มีมติอนุมัติการขายหุ้นทั้งหมดในบริษัทหลักทรัพย์ พาย (Pi) และบริษัท ท๊อปเทรดเดอร์ (TT) ให้แก่ Webull Holdings (Singapore) Pte. Ltd. ในมูลค่ารวมประมาณ 2,865 ล้านบาท
- ธุรกรรมดังกล่าวต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ (E-EGM)
- CGH วางแผนนำเงินที่ได้รับจากการขายหุ้นไปใช้ในการขยายธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตและสร้างรายได้ในอนาคต
- ธุรกิจเป้าหมายใหม่ที่บริษัทจะรุกเข้าลงทุน ได้แก่ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ (Wellness), ธุรกิจการให้สินเชื่อ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกีฬาและไลฟ์สไตล์
นายทอมมี่ เตชะอุบล รักษาการประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือ CGH เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 มีมติอนุมัติการเข้าทำรายการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi โดยการจำหน่ายหุ้นจำนวนทั้งสิ้น 1,578,884,083 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 90.98 ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วของ Pi และบริษัท ท๊อปเทรดเดอร์ จำกัด (TT) โดยการจำหน่ายหุ้นจำนวนทั้งสิ้น 885,666 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 55.99 ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วของ TT ซึ่งทั้งสองบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ให้แก่ Webull Holdings (Singapore) Pte. Ltd. (WBH) ซึ่งไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 2,865,000,000 บาท
ทั้งนี้ ราคาซื้อขายดังกล่าวยังไม่ใช่ราคาซื้อขายสุดท้าย เนื่องจากจะต้องมีการปรับราคาตามกลไกการปรับราคาซึ่งอาจมีการปรับราคาหากสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของ Pi ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยที่กำหนดโดยไม่รวมถึงการลดลงจากความผันผวนของตลาด หรือสภาวะเศรษฐกิจ ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น โดยภายหลังจากการจำหน่ายหุ้นสามัญของ Pi และ TT ทั้งหมดแล้ว จะส่งผลให้ Pi และ TT สิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการทำรายการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัทย่อย TT ยังคงมีภาระหนี้สินคงค้างกับบริษัทฯ จำนวน 11,000,000 บาท โดยอ้างอิงจากงบการเงินที่ผ่านการสอบทานแล้ว ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องนำภาระหนี้สินคงค้างดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อประเมินมูลค่าขนาดรายการด้วย
ทั้งนี้ ภายหลังจากการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดใน Pi และ TT บริษัทฯ มีแผนที่จะนำเงินที่ได้รับจากการทำธุรกรรมในครั้งนี้ไปใช้เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ การลงทุน และการขยายโอกาสทางธุรกิจในอนาคตของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยมุ่งเน้นการจัดสรรเงินทุนไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างกระแสรายได้และผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่
1) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ได้แก่ ธุรกิจการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Wellness) หรือการให้บริการด้านสุขภาพในรูปแบบต่างๆ โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินโครงการ Wellness Clinic แล้ว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ตกแต่งภายใน และเตรียมความพร้อมด้านระบบงานและบุคลากร โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดดำเนินการและ
เริ่มรับรู้รายได้ในช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4 ของปี 2569 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจ Longevity Retreat และธุรกิจด้านสุขภาพอื่นๆ ทั้งในรูปแบบการจัดหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ และ/หรือการเข้าลงทุนในกิจการที่มีศักยภาพ โดยบริษัทฯ มีแผนที่จะเข้าลงทุน หรือทยอยลงทุนภายในปี 2569 ซึ่งจะขึ้นอยู่กับผลการศึกษา และความคืบหน้าของการเจรจาเงื่อนไขของโครงการ
2) การดำเนินธุรกิจโดยตรงผ่านหน่วยธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างกระแสรายได้จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มีแผนดำเนินงานใน 2 แนวทางหลัก ได้แก่
(2.1) ธุรกิจการให้สินเชื่อ และ/หรือการสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจหรือโครงการที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการสร้างผลตอบแทนและกระแสรายได้ให้แก่บริษัทฯ ในระยะเวลาอันใกล้โดยบริษัทฯได้ดำเนินการคัดกรองและคัดเลือกข้อเสนอที่มีความเหมาะสมเบื้องต้นแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด เงื่อนไขทางธุรกิจ และมาตรการป้องกันความเสี่ยง โดยตั้งเป้าหมายที่จะเสนอโครงการหรือธุรกรรมที่มีความพร้อมเชิงพาณิชย์เพื่อพิจารณาอนุมัติภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 ภายใต้การประเมิน
ความเสี่ยงด้านเครดิต และหลักประกันที่เหมาะสม
(2.2) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกีฬา สุขภาพ และไลฟ์สไตล์เช่น ธุรกิจสนามกีฬา ฟิตเนส Wellness หรือธุรกิจบริการอื่นที่สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการพิจารณาและคัดเลือกพื้นที่หรือโครงการที่มีศักยภาพแล้ว และอยู่ระหว่างการประเมินความเหมาะสมของโครงการเป้าหมาย เจรจาเงื่อนไขทางธุรกิจ และจัดเตรียมโครงสร้างการลงทุน โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการลงทุนและเริ่มพัฒนาโครงการได้ภายในปี2569 ทั้งนี้การพิจารณาลงทุนจะคำนึงถึงสภาวะตลาด ความ
เหมาะสมของโครงการ และผลตอบแทนที่คาดหวังเป็นสำคัญ
3) ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงาน หรือบริหารเงินลงทุนในการเข้าลงทุนในกิจการอื่น หรือเข้าลงทุนในหลักทรัพย์เพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อาจพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการใช้เงินที่ได้รับจากการทำธุรกรรมในครั้งนี้ได้เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และโอกาสทางธุรกิจ ณ ขณะนั้น โดยการใช้เงินทุนดังกล่าวจะเป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุน การอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท ตลอดจนกฎหมาย หรือกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญจากแผนการดำเนินธุรกิจข้างต้น
สำหรับอนุมัติกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-EGM) เพียงรูปแบบเดียว และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 (Record Date) ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เพื่อพิจารณาเรื่องต่างๆ ตามระเบียบวาระการประชุมดังนี้
วาระที่1 พิจารณาอนุมัติรายการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัทหลักทรัพย์พาย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ท๊อปเทรดเดอร์จำกัด
วาระที่2 พิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนพิเศษให้แก่คณะกรรมการบริษัท ภายหลังการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดใน Pi และ TT เสร็จสิ้น เป็นจำนวนเงินรวมไม่เกิน 24,250,000 บาท
วาระที่3 พิจารณาเรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ทำการปลดเครื่องหมาย H หลักทรัพย์ CGH รอบเช้านี้ ณ วันที่ 30 มิ.ย.2569





