วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” วันนี้ (26 มิ.ย. 2569) ปิดลบ 16.21 จุด หุ้นชิ้นส่วนฯ ร่วง รับปรับพอร์ตลงทุนหุ้นโดเมสติก

"หุ้นไทย" วันนี้ (26 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,542.34 จุด ปรับตัวลดลง 16.21 จุด หรือ 1.04% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากแรงขายหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หลังนักลงทุนมีการปรับพอร์ตหมุนเงินลงทุนไปยังหุ้นกลุ่มอิงการบริโภคในประเทศที่ได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (26 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,542.34 จุด ปรับตัวลดลง 16.21 จุด หรือ 1.04% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,549.82 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,537.96 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 66,472.04 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ราคาปิด 304.00 บาท ลดลง 22.00 บาท หรือ 6.75% มูลค่าซื้อขาย 6,112.38 ล้านบาท
     
  2. GULF ราคาปิด 59.75 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.24% มูลค่าซื้อขาย 5,040.91 ล้านบาท
     
  3. BDMS ราคาปิด 18.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 2.72% มูลค่าซื้อขาย 3,133.14 ล้านบาท
     
  4. PTT ราคาปิด 35.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.45% มูลค่าซื้อขาย 2,961.15 ล้านบาท
     
  5. TRUE ราคาปิด 12.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 1.60% มูลค่าซื้อขาย 2,956.22 ล้านบาท

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงตามตลาดภูมิภาคจากบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เข้ากดดัน แต่ไม่มากเท่าตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีไม่มาก 

เหตุผลคาดว่ามาจากการปรับพอร์ตและหมุนเวียนเงินลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่หุ้นในกลุ่มอื่นที่ราคายังปรับตัวขึ้นมาไม่มากนัก จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด เช่น ไฟแนนซ์ ค้าปลีก การแพทย์ รับปัจจัยบวกคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ปรับประมาณการจีดีพี เพิ่มขึ้นมาที่ 2.3% พร้อมตัวเลขการส่งออกที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการส่งออกแม้จะเติบโตแต่มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากเดิมที่เติบโตในระดับ 20% เหลือเพียงราว 10% สะท้อนเทรนด์การส่งออกที่ชะลอตัวในระยะต่อไป เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนฯ

ขณะที่ในสัปดาห์หน้า (29 มิ.ย.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,520 จุด แนวต้าน 1,564 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือตัวเลขเศรษฐกิจ ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าจะสะท้อนผลกระทบของเศรษฐกิจไทยจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในช่วงที่ผ่านมา

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับประมาณการจีดีพีเพิ่มขึ้น สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว เน้นมองหุ้นในกลุ่มที่อ้างอิงการบริโภคภายในประเทศที่ได้ประโยชน์จากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เช่น ค้าปลีก ไฟแนนซ์ การแพทย์ และท่องเที่ยว อย่าง HMPRO, AWC, BDMS, MTC, และ KTC