วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

หุ้นเทคญี่ปุ่นถูกเทขายหนัก หลุด 70,000 จุด ปิดเช้าร่วงแรงเกือบ 4%

ดัชนีนิกเกอิปิดเช้าร่วงหนักเกือบ 4% หลุดระดับ 70,000 จุดแล้ว หลังหุ้นเทคฯ ถูกเทขายทำกำไร SoftBank ร่วงหนัก 12% หลังมีรายงานว่า OpenAI อาจเลื่อนไอพีโอออกไปปีหน้า

ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียว ปิดภาคเช้าร่วงลงต่ำกว่าระดับ 70,000 จุดในวันศุกร์นี้ (26 มิ.ย.69) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหลังจากที่ตลาดพุ่งขึ้นอย่างมากเมื่อวานนี้ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนโดยรวม

ดัชนีนิกเกอิ ปิดภาคเช้าปรับตัวลดลง 2,763.62 จุด หรือ -3.82% ปิดที่ระดับ 69,602.72 จุด และหลังเปิดตลาดภาคบ่ายดัชนียังร่วงลงต่อเนื่อง โดยระหว่างการซื้อขายเมื่อเวลาประมาณ 13.03 ตามเวลาท้องถิ่น (เร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง) ดัชนีนิกเกอิ ลดลงถึง 3,208.82 จุด หรือ -4.43%

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หุ้นญี่ปุ่น ถูกกดดันอย่างหนักจากการปรับฐาน หลังดัชนีนิกเกอิทะยานขึ้นไปกว่า 3,100 จุดเมื่อวานนี้ โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ถูกเทขายอย่างหนัก ขณะที่หุ้น Softbank Group ปรับตัวลดลงถึงราว 12% หลังจากที่มีรายงานข่าวว่า OpenAI ซึ่งเป็นบริษัทที่ Softbank ลงทุนไว้ อาจพิจารณาเลื่อนการเสนอขายหุ้นไอพีโอออกไปเป็นปีหน้า 2027

หุ้นซอฟต์แบงก์ยังถูกกดดันตามหุ้น Arm Holdings ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบชิปในเครือ ที่ปรับตัวลง 3.2% ในการซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยให้ผลตอบแทนต่ำกว่าภาพรวมของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แม้ว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI จะฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งก็ตาม

นอกจากนี้ การที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งสูงเกิน 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยังส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังจากมีรายงานว่าเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีด้วยกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิดไม่ทราบชนิด ขณะพยายามเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

นอกจากหุ้นญี่ปุ่นแล้ว ตลาดหุ้นอื่นๆ ในเอเชียส่วนใหญ่ต่างปรับตัวลงเช่นกัน โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ร่วงลงกว่า 2% ระหว่างการซื้อขายช่วงเช้า และดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดฮ่องกง ปรับตัวลงเกือบ 1.9% 

ทั้งนี้ หุ้นเอเชียยังร่วงลงตามทิศทางหุ้นเทคสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยดัชนี Nasdaq ซึ่งเน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ลดลง 0.46% ปิดที่ 25,358.60 จุด ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกัน 4 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.พ. นำโดยหุ้นของ Apple นำการฉุดร่วงไปถึง 6% หลังจากบริษัทประกาศปรับขึ้นราคา MacBook และ iPad โดยบริษัทอ้างถึงราคาชิ้นส่วนอย่างเช่น ชิปที่พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ หุ้นของ Microsoft ก็ลดลง 3.5% หลังจากประกาศขึ้นราคาเครื่องคอนโซล Xbox เช่นกัน

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อื่นๆ ซึ่งเป็นผู้ซื้อเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ก็ปรับตัวลดลงตามไปด้วย โดย Alphabet และ Meta Platforms ลดลงเกือบ 1% และมากกว่า 2% ตามลำดับ ซึ่งเริ่มเกิดความกังวลว่าอัตรากำไร (Margins) ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เหล่านี้อาจถูกบีบให้ลดลงเนื่องจากราคาชิปที่สูงขึ้น

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์