ตลท. รับกระแสเงินทุนนอกไหลเข้า “ตลาดหุ้นไทย” 3 หมื่นล้าน หนุนสภาพคล่องพุ่ง 50% ย้ำไม่กังวลตลาดอินโดนีเซีย ลั่นเน้นทำหุ้นไทยให้น่าสนใจ
KEY POINTS
- ตลท. เร่งสร้างความน่าสนใจให้ตลาดทุนไทยเพื่อดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติ ผ่านการพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลใหม่ๆ และการสื่อสารกับนักลงทุน
- ตลท. ยืนยันไม่กังวลต่อกระแสเงินทุนที่อาจไหลไปยังตลาดอินโดนีเซีย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาตลาดทุนไทยในส่วนที่ควบคุมได้ให้ดีที่สุด
- ความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย ซึ่งได้รับการยืนยันอันดับเครดิตจากสถาบันจัดอันดับชั้นนำ เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้เงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง
“ตลาดหุ้นไทย” ในปี 2569 ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่สร้าง “ผลตอบแทนบวก” นับตั้งแต่ต้นปี-19 มิ.ย. อยู่ที่ 24.83% ล่าสุด ในมหกรรมลงทุนแห่งปี SET in the City 2026 ที่บรรยากาศคึกคักนักลงทุนเข้าร่วงงานเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และอีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนตลาดทุนไทยยังคงมี “เสน่ห์” ในสายตานักลงทุนคือ “เงินทุนต่างชาติ” (ฟันด์โฟวล์) ที่ยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องอยู่ที่ 20,000-30,000 ล้านบาท แม้ความไม่แน่นอนจากปัจจัยลบภายนอกยังคงปกคลุม
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย หลังสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P ยืนยันอันดับเครดิตประเทศไทยที่ BBB+ พร้อมแนวโน้มคงที่ (Stable) ขณะที่ Moody's ได้ปรับมุมมองอันดับเครดิตจากเชิงลบเป็นคงที่ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทยและแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ
ขณะเดียวกัน การเคลื่อนย้ายของเงินทุน ในปัจจุบัน “เม็ดเงินลงทุน” สามารถไหลไปได้ทั่วโลกตลอดเวลาเพื่อแสวงหาโอกาสในการทำ “กำไร” หรือ “มูลค่า” ที่ดีกว่า แม้แต่นักลงทุนไทยเองก็มีการออกไปลงทุนในต่างประเทศค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงต้องคอยติดตามว่าจะมีข่าวสารหรือปัจจัยใดที่ส่งผลกระทบต่อการเข้าออกของเงินทุนในตลาดอินโดนีเซีย ทั้งในส่วนของนักลงทุนในพื้นที่และนักลงทุนต่างประเทศ
แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องเงินทุนที่อาจไหลไปยังอินโดนีเซีย แต่ทางตลท. มองว่าหน้าที่สำคัญคือ การทำตลาดทุนไทยให้น่าสนใจมากที่สุดในส่วนที่สามารถควบคุมได้ เช่น การเร่งสื่อสารกับนักลงทุน และการใช้เครื่องมือใหม่ ๆ มากกว่าการไปคาดหวังหรือกังวลกับกระแสเงินที่จะไหลมาจากที่อื่นเพียงอย่างเดียว
ด้านการพัฒนาธุรกิจตลาดทุน พบว่าสภาพคล่องการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นประมาณ 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ปริมาณการซื้อขายในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ขยายตัวราว 40% สะท้อนการกลับมาของกิจกรรมการลงทุนในหลายกลุ่มสินทรัพย์ ปัจจุบันตลาดทุนไทยมีบัญชีลงทุนรวมกว่า 7 ล้านบัญชี หรือคิดเป็นผู้ลงทุนประมาณ 3 ล้านคน
โดยตลท. ยังคงมุ่งขยายฐานนักลงทุนรุ่นใหม่ผ่านการพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยให้การลงทุนเข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญ คือการพัฒนาแอปพลิเคชัน “วิเศษ” (wiset) ซึ่งรวบรวมบริการด้านการลงทุนไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทั้งการตรวจสอบเงินปันผล การบริหารจัดการภาษี และการจัดเก็บเอกสารออนไลน์ รวมถึงการยกระดับแอปพลิเคชัน Streaming เวอร์ชั้นใหม่ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใช้งานที่สะดวกและตอบโจทย์นักลงทุนยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น
ในด้านผลิตภัณฑ์การลงทุน ตลท. ยังคงผลักดันการลงทุนต่างประเทศผ่านตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือ DR (Depositary Receipt) ซึ่งช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงหุ้นชั้นนำทั่วโลกผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เพียงบัญชีเดียว
ขณะเดียวกัน ยังมองหุ้นไทยที่มี “อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง” ยังคงเป็นทางเลือกสำคัญในการสร้างสมดุลพอร์ตการลงทุนท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก และตลท. ยังเดินหน้าผลักดันโครงการ Jump+ เพื่อยกระดับการสื่อสารข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ให้มีความชัดเจนและเข้าถึงนักลงทุนสถาบันต่างประเทศมากขึ้น โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนในหลายประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร และฮ่องกง
สำหรับมาตรการส่งเสริมการลงทุนระยะยาวนั้น อยู่ระหว่างการหารือร่วมกันระหว่าง กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และ ตลท. เพื่อพิจารณารูปแบบกองทุนส่งเสริมการออมและการลงทุนรูปแบบใหม่ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 3 ของปีนี้
พร้อมกันนี้ ตลท.อยู่ระหว่างทบทวนและปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลการซื้อขาย เพื่อยกระดับความโปร่งใสและเสริมสร้างความเชื่อมันของผู้ลงทุน หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ
นายอัสสเดช กล่าวต่อว่า แม้ตลาดทุนโลกยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และสถานการณ์สงครามในหลายพื้นที่ แต่ภาคธุรกิจและภาครัฐมีความพร้อมในการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น ขณะที่นักลงทุนควรระมัดระวังการชักชวนลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง โดยเฉพาะการเชิญชวนผ่านกลุ่ม Line หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ และควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานกำกับดูแลก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
อย่างไรก็ตามตลท. เดินหน้าขับเคลื่อนตลาดทุนไทยผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนเทคโนโลยีดิจิทัล และมาตรการเสริมสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน หลังสัญญาณการลงทุนในปี 2569 ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากความคึกคักของงาน SET in the City 2026 ที่มีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้ามากกว่า 10,000 คน เพิ่มขึ้นขึ้น ราว 10-15% จากปีก่อน
อีกทั้ง เตรียมจัดงาน Thailand Focus ในเดือนส.ค.2569 เพื่อเปิดเวทีให้นักลงทุนสถาบันทั่วโลกเข้ามาศึกษาศักยภาพ และโอกาสการลงทุนในบจ.ไทย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ตลาดทุนไทยในระยะต่อไป





