วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

เปิดร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ใหม่ ไฟเขียว หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์

ตลาดทุนไทย เตรียมทรานส์ฟอร์ม! ร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ฉบับใหม่ เพิ่มหมวด " หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ " รองรับ DLT/Blockchain ปลอดภัย ลดต้นทุน คุ้มครองนักลงทุน 

KEY POINTS

  • ร่าง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ฉบับใหม่ กำหนดให้ "หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์" มีสถานะทางกฎหมายเทียบเท่าเอกสารต้นฉบับ
  • สามารถใช้หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ในการโอนกรรมสิทธิ์และวางเป็นหลักประกันการชำระหนี้ได้อย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย
  • ทำให้กระบวนการออกหลักทรัพย์เป็นดิจิทัลได้ตั้งแต่ต้นจนจบ (born-digital) โดยไม่ต้องเริ่มต้นจากเอกสารกระดาษ
  • กฎหมายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Blockchain และ DLT มาใช้ในตลาดทุนไทย

ตลาดทุนไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง! กับร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฉบับปรับปรุงใหม่ ที่เพิ่ม "หมวดหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์" เข้ามาโดยเฉพาะ

การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้จะทำให้หลักทรัพย์ดิจิทัลมีสถานะเป็น "เอกสารต้นฉบับ" ตามกฎหมาย โอน-วางเป็นหลักประกันได้ปลอดภัย ชัดเจน และเอื้อต่อการนำเทคโนโลยีอย่าง Blockchain หรือ DLT มาใช้ในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดทั้งต้นทุน ระยะเวลา และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ธุรกิจไทย

ร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือการปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการออกหลักทรัพย์และทำธุรกรรมในตลาดทุน โดยการเพิ่ม "หมวด 2/1 หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์" (มาตรา 22/1 ถึงมาตรา 22/11) เพื่อสร้างความสะดวก ความปลอดภัย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 

โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

1. การกำหนดสถานะและกระบวนการของหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์


สถานะทางกฎหมาย: หลักทรัพย์ที่ออกโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มีผลตามกฎหมายเช่นเดียวกับหลักทรัพย์ที่เป็นเอกสาร และให้ถือว่ามีสถานะเป็น "เอกสารต้นฉบับ" โดยไม่สามารถปฏิเสธความผูกพันทางกฎหมายเพียงเพราะเหตุที่เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ 

การกำหนดประเภท: คณะกรรมการ ก.ล.ต. เป็นผู้ประกาศกำหนดประเภทหลักทรัพย์ที่สามารถออกด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ 

ลักษณะที่สำคัญ: ต้องมีรายการตามที่ ก.ล.ต. กำหนด มีการควบคุมสิทธิเกี่ยวกับการออก การโอน และการนำไปเป็นหลักประกันได้อย่างชัดเจน รวมถึงมีการรักษาความถูกต้องของข้อมูลตลอดอายุของหลักทรัพย์ 

2. การบริหารจัดการและการโอนหลักทรัพย์

การส่งมอบและการโอน: การโอนจะมีผลสมบูรณ์เมื่อผู้รับโอนเข้าเป็นเจ้าของโดยสามารถควบคุมสิทธิในหลักทรัพย์นั้นได้แต่เพียงผู้เดียวและระบุตัวตนได้ 

ทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์: บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด และให้สันนิษฐานว่าผู้มีชื่อในทะเบียนเป็นเจ้าของหลักทรัพย์นั้น 

ผู้รับมอบหมายควบคุมสิทธิ: เจ้าของหลักทรัพย์สามารถมอบหมายให้บริษัทหลักทรัพย์หรือผู้ให้บริการรับฝากหลักทรัพย์เป็นผู้มีสิทธิควบคุมหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์แทนตนเองได้ 

3. การใช้เป็นหลักประกันและการบังคับชำระหนี้


การวางหลักประกัน: สามารถนำหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ได้ โดยจะมีผลสมบูรณ์เมื่อมีการบันทึกการใช้เป็นหลักประกันด้วยวิธีการที่เชื่อถือได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด 

การบังคับหลักประกัน: หากมีการผิดนัดชำระหนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิบังคับหลักประกันโดยการขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นที่เป็นธรรมเพื่อให้ได้ราคาตามราคาตลาด เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าในกรณีที่มีการกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้แน่นอนแล้ว 

4. การเปลี่ยนระบบและการออกหลักฐาน


การเปลี่ยนหลักทรัพย์แบบเดิมเป็นอิเล็กทรอนิกส์: หลักทรัพย์ในระบบเดิม (Scripless) สามารถเปลี่ยนเป็นหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ตามความสมัครใจของทั้งบริษัทผู้ออกและเจ้าของหลักทรัพย์

หลักฐานแสดงสิทธิ: เจ้าของหลักทรัพย์สามารถขอให้บริษัทผู้ออกออกหลักฐานแสดงสิทธิในรูปแบบเอกสารสิ่งพิมพ์ได้ แต่ให้ถือว่าเป็นเพียง "สำเนา"เท่านั้น เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในศาล

 5. บทกำหนดโทษ

มีการเพิ่มบทกำหนดโทษทางอาญาสำหรับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์หรือผู้ให้บริการที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เช่น ไม่จัดทำทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ หรือไม่แยกบัญชีทรัพย์สินของลูกค้า เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการกำกับดูแลใหม่นี้

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ: การแก้ไขกฎหมายนี้จะช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำธุรกรรม ลดต้นทุนของภาคธุรกิจ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Blockchain หรือ Distributed Ledger Technology (DLT) ในอนาคต

หลังจากที่รัฐสภา ในการประชุมสภา ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่..) พ.ศ... (ร่าง พ.ร.บ. ก.ล.ต.) ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ  เพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้รองรับการออกหลักทรัพย์ด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดบทโทษกรณีที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเกี่ยวกับหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการด้วยเสียงเอกฉันท์  455 เสียง จากนั้นได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว 25 คน

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ชี้แจงว่า ร่างกฎหมายที่เสนอต่อสภาฯ มีหลักการ และสาระสำคัญเพื่อปรับปรุงกฎหมายหลักทรัพย์ให้รองรับการออกและการทำธุรกรรมเกี่ยวกับหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสมบูรณ์ และนอกจากประโยชน์ในด้านต่างๆ ตนขอให้ความมั่นใจว่า ประโยชน์ของร่างกฎหมายจะตกถึงประชาชนรวมถึงผู้ระดมทุนทุกขนาด โดยเฉพาะขนาดเล็ก เอสเอ็มอี  และประชาชนที่เข้าถึงตลาดทุนไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล 

พร้อม ชี้แจงต่อว่าสาระสำคัญของร่างกฎหมายกำหนดให้หลักทรัพย์บางประเภทสามารถออกได้โดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดย ก.ล.ต. จะประกาศกำหนดประเภท ทั้งนี้ ก.ล.ต.จะพิจารณาจากความพร้อมของผู้มีส่วนได้เสีย และเปิดรับฟังความเห็นก่อนการออกกฎระดับรอง หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป ดังนั้นประเด็นความปลอดภัย ความรู้ของผู้ที่เกี่ยวข้อง จะกำหนดในกฎระดับรอง และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งในระดับกฎหมายที่ไม่ได้กำหนดไว้เพื่อให้การแก้ไข สอดคล้องกับบริบทของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปทำได้ง่าย ระยะแรกอาจพิจารณาจากหลักทรัพย์ที่มีความพร้อม และลักษณะที่เหมาะสมก่อน เช่น ตราสารหนี้  จะนำระบบอิเล็กทรอนิสก์มาใช้ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความสะดวกการเข้าถึงของประชาชนในวงกว้าง

“ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่การสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใหม่  แต่ทำให้หลักทรัพย์ตามกฎหมายหลักทรัพย์ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรือ หน่วยลงทุน สามารถออกหรือทำธุรกรรมในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยอยู่ภายใต้การกำกับของกฎหมายหลักทรัพย์ และตลาดทุน ประเด็นที่มีการอภิปรายถึงการสร้างความเชื่อมั่น และความไว้วางใจ ผ่านการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ดิฉันฐานะเลขาฯ ก.ล.ต. ขอให้คำมั่นว่า ก.ล.ต.เห็นเรื่องดังกล่าวสำคัญ ไม่ว่าหลักทรัพย์อยู่ในรูปแบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ และขอให้คำมั่นว่า สิ่งที่เป็นช่องว่างจะใช้กฎหมายแก้ไขโดยพลัน”

อย่างไรก็ตาม ร่าง พรบ. หลักทรัพย์ฯ ฉบับใหม่เพิ่มเติมเรื่อง อิเล็กทรอนิกส์ ต่อมุมมองจะเข้ามาช่วย "หนุนตลาดทุนไทย“ อย่างไรนั้น 

นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมาย และบริหารความเสี่ยงองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า  โดยหลักการแล้ว กฎหมายนี้จะช่วยให้กระบวนการออกหลักทรัพย์มี ความคล่องตัวมากขึ้น และยกระดับกระบวนการในตลาดทุนให้มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น

จุดเปลี่ยนสำคัญคือเดิมทีการออกหลักทรัพย์ต้องเริ่มจากการออกเป็น "กระดาษ" (Paper) ก่อน แล้วจึงค่อยนำมาแปลงเป็นอิเล็กทรอนิกส์ในภายหลัง

แต่ "ร่างกฎหมายใหม่จะช่วยให้กระบวนการออกหลักทรัพย์สามารถ ทำเป็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่จำเป็นต้องออกหลักทรัพย์เป็นกระดาษอีกต่อไป ซึ่งจะทำให้เกิด "หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์" ได้อย่างสมบูรณ์

“ร่างกฎหมายนี้จะรองรับให้ หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ สามารถเกิดขึ้นได้จริงโดยสมบูรณ์ โดยไม่ต้องย้อนกลับไปทำในรูปแบบกระดาษก่อน”

ปัจจุบันร่างกฎหมายดังกล่าวหลังจากสภาฯ รับหลักการแล้ว ยังต้องรอการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของกฎหมายได้อีกในขั้นตอนการพิจารณา