วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ฮอร์มุซยังตึงเครียด หนุนสเปรดน้ำมันพุ่ง ค่าการกลั่นแตะระดับสูง

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เผยวิกฤตตะวันออกกลางและปัญหาช่องแคบฮอร์มุซ หนุนค่าการกลั่นสิงคโปร์พุ่ง 75% สู่ 16.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน Brent แตะ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนภาวะขาดแคลนแนฟทายังช่วยหนุนสเปรดปิโตรเคมีอย่าง PET และ PP ให้อยู่ในระดับสูง

KEY POINTS

  • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะปัญหาการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 15 หนุนให้ค่าการกลั่น (GRM) ในตลาดสิงคโปร์ฟื้นตัวขึ้น 75% สู่ระดับ 16.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ค่าการกลั่นที่พุ่งสูงขึ้นเป็นผลมาจากส่วนต่างราคา (spread) ของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสเปรดน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งขึ้น 48% และน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น 29%
  • สถานการณ์ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวสูงขึ้น 5% เป็น 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะอ่อนตัวลงหลังมีการตกลงยุติปฏิบัติการทางทหาร
  • ปัญหาอุปทานสะดุดที่ช่องแคบฮอร์มุซยังส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบแนฟทา (naphtha) ซึ่งช่วยหนุนให้สเปรดของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีบางชนิด เช่น PET และ PP ยังคงอยู่ในระดับสูง

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและปัญหาช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อ ยังคงหนุนราคาน้ำมันและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าการกลั่นในตลาดสิงคโปร์พุ่งแตะระดับสูง ขณะที่ตลาดปิโตรเคมียังได้รับแรงหนุนจากภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ แม้สเปรดบางผลิตภัณฑ์เริ่มอ่อนตัวลงก็ตาม

 

 

 

นักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 5% เป็น 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จาก 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์ตึงเครียดรุนแรงขึ้นหลังจากมีรายงานว่าอิหร่านได้โจมตีฐานทัพเรือสหรัฐในบาห์เรนและคูเวต ส่งผลให้กองกำลังสหรัฐตอบโต้ด้วยการโจมตีเกาะ Qeshm 

 

 

นอกจากนี้ อิหร่านและอิสราเอลยังมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธในช่วงหยุดสุดสัปดาห์ต่อเนื่องถึงวันจันทร์นี้ ในขณะที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนขู่ว่าจะสร้างความปั่นป่วนเพิ่มเติมต่อเส้นทางขนส่งสินค้าในทะเลแดง ความขัดแย้งที่กลับมาปะทุขึ้นครั้งนี้นับเป็นการเผชิญหน้าทางทหารที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ของสหรัฐได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหลีกเลี่ยงการดำเนินการทางทหารเพิ่มเติม และย้ำว่าการเจรจาทางการทูตยังคงดำเนินอยู่ แม้จะมีการกลับมาของความขัดแย้งดังกล่าวก็ตาม โดยสถานการณ์ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบได้อ่อนตัวลงในคืนวันจันทร์ หลังจากทั้งอิหร่านและอิสราเอลตกลงยุติปฏิบัติการทางทหาร 
 
ด้าน GRM ในตลาดสิงคโปร์ ฟื้นตัวขึ้น 75% เป็น 16.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จาก 9.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจาก spread ของน้ำมันเบนซิน, น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น โดย spread ของน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 12% เป็น 23.4ดอลลาร์ต่อบาร์เรล, spread ของน้ำมันเครื่องบินพุ่งขึ้น 48% เป็น 49.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ spread ของน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 29% เป็น 53.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

โดยได้รับแรงหนุนจากปัญหาการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงยืดเยื้อ ซึ่งขณะนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 15 แล้ว ทำให้ spread ของน้ำมันทั้งสามชนิดยังคงอยู่สูงกว่าระดับปกติในอดีตที่ประมาณ 12-16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างมีนัยสำคัญ 

นอกจากนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศปรับลดราคาขายอย่างเป็นทางการ (OSP) ของน้ำมันดิบ Murban ที่ส่งมาเอเชีย โดยจะคิด premium ที่ 8.0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในเดือนกรกฎาคม ลดลง 4.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะช่วยทำให้ต้นทุน feedstock ของโรงกลั่นลดลง 
    
ด้าน Spread ของ HDPE ลดลง 10%  เป็น 515 ดอลลาร์ต่อตัน จาก 573 ดอลลาร์ต่อตัน ในขณะที่ spread ของ PP ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย 1%  เป็น 529 ดอลลาร์ต่อตัน จาก 524 ดอลลาร์ต่อตัน 

แต่อย่างไรก็ตาม spread ของทั้งสองผลิตภัณฑ์ยังคงสูงกว่าระดับก่อนเกิดความสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งอยู่ต่ำกว่า 300 ดอลลาร์ต่อตัน เนื่องจากอุปทาน polyolefins ตึงตัวขึ้นตามการผลิตที่ลดลงของ olefins จากวัตถุดิบ naphtha ท่ามกลางสถานการณ์ naphtha ขาดแคลน และมีปริมาณน้ำมันดิบจำกัดที่จะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในโรงแครกเกอร์ 

ส่วนในตลาด polyester นั้น spread ของ PET ในเอเชียลดลง 11%  เป็น 197 ดอลลาร์ต่อตัน จาก 221 ดอลลาร์ต่อตัน แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ดีมากที่เกือบ 200 ดอลลาร์ต่อตัน โดยได้รับแรงหนุนจากการขาดแคลน naphtha feedstock เพราะอุปทานสะดุดที่ช่องแคบฮอร์มุซ และอุปสงค์ PET สูงตามฤดูกาลในช่วงหน้าร้อน