วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

นักลงทุนไทยซื้อ IPO ของ SpaceX ได้หรือไม่? สรุปเงื่อนไขคว้าหุ้น ‘อีลอน มัสก์’

นักลงทุนไทยซื้อ IPO ของ SpaceX ได้หรือไม่? สรุปเงื่อนไขคว้าหุ้น ‘อีลอน มัสก์’

เจาะลึกเงื่อนไขนักลงทุนไทย ชิงเค้ก IPO 'SpaceX' หุ้นอวกาศมูลค่า 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ จาก IPO รายใหญ่ สู่ 5 กองทุน-ETF ทางเลือกสำหรับรายย่อย

การเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX ที่ราคา 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพื่อระดมทุนสูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และดันมูลค่าบริษัทแตะ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ ถือเป็นดีลประวัติศาสตร์ที่นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตามอง คำถามสำคัญที่นักลงทุนชาวไทยสงสัยคือ "เราสามารถซื้อหุ้น SpaceX ได้หรือไม่?"

คำตอบคือ "ได้" แต่มีเงื่อนไขและช่องทางที่แตกต่างกันไปตามระดับเงินทุนและคุณสมบัติของนักลงทุน

การจองซื้อหุ้น IPO   สำหรับนักลงทุน 

รอยเตอร์รายงานว่า SpaceX ได้กันหุ้นสัดส่วนสูงถึง 30%  มูลค่าประมาณ 2.25 หมื่นล้านดอลลาร์ ไว้สำหรับนักลงทุน “รายย่อย” ซึ่งถือว่าแปลกมากสำหรับ IPO ขนาดใหญ่ที่มักจะสงวนไว้ให้สถาบันการเงิน

ผู้รับจัดจำหน่ายหลักได้แก่ Goldman Sachs, Morgan Stanley, Bank of America, Citigroup และ JPMorgan Chase โดยโบรกเกอร์ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นเพื่อขายต่อนักลงทุนรายย่อย เช่น Charles Schwab กำหนดให้ผู้ลงทุนต้องมียอดเงินในบัญชีขั้นต่ำ 100,000 ดอลลาร์ ,  Fidelity Investments ต้องมีขั้นต่ำ 2,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Robinhood และ SoFi ไม่มีเงื่อนไขยอดเงินขั้นต่ำ

 

สำหรับนักลงทุนต่างชาติอย่าง “นักลงทุนไทย" (Thailand) มีรายชื่อยู่ในกลุ่มประเทศที่นักลงทุนมีสิทธิซื้อหุ้น IPO ของ SpaceX ได้ร่วมกับเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างมาเลเซียและฟิลิปปินส์  อย่างไรก็ตาม มีเงื่อน 2 ไขที่ต้องรู้

ข้อแรกคือ ต้องเป็น "นักลงทุนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม" (Qualified Investors) การซื้อหุ้นเทคโนโลยีระดับโลกในรอบ IPO ไม่ได้เปิดกว้างให้ใครก็ได้เดินเข้าไปซื้อ แต่ละประเทศจะมีเกณฑ์กำหนดไว้ เช่น อาจต้องเป็นนักลงทุนรายใหญ่ หรือมีประสบการณ์ตามที่กฎหมายกำหนด

ถัดมาคือ SpaceX ระบุชัดเจนว่า ทุกประเทศในรายชื่อรวมถึงประเทศไทย ล้วนมีข้อจำกัดทางกฎหมายว่าใครบ้างที่ซื้อได้ และบางแห่งยังจำกัด "วิธีการลงทุน" อีกด้วย ดังนั้น นักลงทุนไทยจึงจำเป็นต้องตรวจสอบกฎเกณฑ์เฉพาะเจาะจงกับหน่วยงานกำกับดูแลของไทย หรือโบรกเกอร์ในไทยที่ให้บริการลงทุนต่างประเทศอีกครั้ง

ซื้อผ่านกองทุน ETF และบริษัทที่ถือหุ้น SpaceX

สำหรับนักลงทุนรายย่อยทั่วไปที่ไม่มีเงินทุนมหาศาล อีกหนึ่งช่องทาง คือการซื้อหุ้นของกองทุนหรือบริษัทที่ลงทุนใน SpaceX อยู่แล้ว  โดยบางกองทุนสามารถซื้อผ่านแพลตฟอร์มในไทยได้ ได้แแก่   

  • Baron Partners Fund (BPTRX) กองทุนรวมนี้ถือหุ้น SpaceX เป็นสัดส่วนสูงที่สุดถึง 33% ของพอร์ตโฟลิโอ  
  • ERShares Private-Public Crossover ETF (XOVR): กองทุน ETF นี้มีสัดส่วนการลงทุนใน SpaceX สูงถึง 27%  
  • ARK Venture Fund (ARKVX) กองทุนของ Cathie Wood มีสัดส่วนการลงทุนใน SpaceX เป็นอันดับหนึ่งของกองทุน ที่ประมาณ 17%
  • Destiny Tech 100 (DXYZ) บริษัทจัดการลงทุนที่ซื้อขายในตลาด NYSE มีหุ้น SpaceX เป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดที่ 16.2%

นอกจากนี้ยังสามารถลงทุนทางอ้อมได้ด้วยการซื้อหุ้น Alphabet บริษัทแม่ของ Google ซึ่งปัจจุบันถือหุ้น SpaceX อยู่มากกว่า 6%

อย่างไรก็ดี Morningstar และ Reuters ชี้ว่า SpaceX จะได้รับสิทธิเข้าคำนวณในดัชนี Nasdaq 100 อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 15 วันทำการหลัง IPO ซึ่งหมายความว่า หากคุณซื้อกองทุน ETF ที่อ้างอิงดัชนี Nasdaq 100 ในประเทศไทย กองทุนเหล่านั้นจะทำการเข้าซื้อหุ้น SpaceX  โดยอัตโนมัติ

 รอซื้อหุ้น SPCX หลังเปิดเทรดในตลาด

แล้วถ้าเกิดว่าพลาดพลาดไม่ได้สิทธิ IPO แต่นักลงทุนยังสามารถรอซื้อหุ้นในรหัส "SPCX" ได้เมื่อหุ้นเริ่มเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเริ่มเทรดในวันศุกร์ที่ 12 มิ.ย.นี้

ทั้งนี้สำนักข่าวรอยเตอร์ เตือนว่าในวันแรกที่เข้าเทรด ราคาหุ้นอาจพุ่งทะยานสูงกว่าราคา IPO 135 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว เนื่องจากความต้องการของนักลงทุนที่พลาดรอบ IPO จะแห่กันเข้ามาซื้อ

 นักลงทุนไทยมีโอกาสเป็นเจ้าของอาณาจักรอวกาศของ อีลอน มัสก์ได้แน่นอน หากเป็นรายย่อยทั่วไป การรอซื้อหลังตลาดเปิดเทรด หรือการเลือกลงทุนผ่านกองทุน ETF   ถือเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายและมีสภาพคล่องสูงที่สุดในตอนนี้

 

อ้างอิง Reuters