เปิดลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” วันสุดท้าย ถึงเวลา 22.00 น. สิทธิคงเหลือโค้งสุดท้าย 4.2 ล้านสิทธิ เตรียมเริ่มใช้จ่ายวันแรก 1 มิ.ย.69 ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการรัฐเงินอัตโนมัติ 1,000 บาท 4 เดือน ไม่สมทบเดือนถัดไป
KEY POINTS
- โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เปิดลงทะเบียนเป็นวันสุดท้าย โดยมีสิทธิคงเหลือสำหรับประชาชนอีก 4.2 ล้านสิทธิ
- มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 25.7 ล้านคน และจะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป
- ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ต้องลงทะเบียนในโครงการนี้ โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือพิเศษ 1,000 บาทต่อเดือนเข้าบัตรโดยตรง
กรุงเทพธุรกิจ รายงานความเคลื่อนไหวมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" เดินทางมาถึงวันลงทะเบียนวันสุดท้าย ในวันนี้ จนถึงเวลา 22.00 น. ล่าสุด กระทรวงการคลัง เปิดเผยตัวเลขผู้ลงทะเบียนสะสมพุ่งทะลุ 25.7 ล้านคน ส่งผลให้เหลือสิทธิเก็งกำไรในโค้งสุดท้ายอีกเพียง 4.26 ล้านสิทธิเท่านั้น ก่อนจะดีเดย์เปิดให้ประชาชนเริ่มใช้จ่ายจริงวันแรกในวันที่ 1 มิ.ย.69 นี้
จากการตรวจสอบข้อมูลสถิติล่าสุด ณ วันที่ 27 พ.ค.2569 พบว่า มีประชาชนยื่นความจำนงลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 25,875,269 คน โดยระบบคัดกรอง และอนุมัติผลสำเร็จแล้วจำนวน 25,066,471 คน
ซึ่งเมื่อแยกตามกลุ่มผู้ลงทะเบียนพบว่าเป็นกลุ่มผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส (รายเดิม) จำนวน 18,770,748 คน และเป็นผู้ลงทะเบียนรายใหม่ที่ผ่านเกณฑ์ 6,295,723 คน ขณะที่กลุ่มรอตรวจสอบคุณสมบัติมีเหลืออยู่อีกเพียง 345,133 คน และมีกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติสะสมอยู่ที่ 463,665 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
สำหรับเงื่อนไข และเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ ภาคประชาชนที่ได้รับสิทธิจะสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" (G-Wallet) ระหว่างเวลา 06.00 - 23.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.69 จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2569 โดยรัฐบาลจะช่วยสมทบจ่ายให้ 60% และประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% วันละไม่เกิน 200 บาท เดือนละ 1,000 บาท ไม่ทบวงเงินในเดือนถัดไป
โดยสามารถใช้จ่ายได้ครอบคลุมการซื้อสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะรายย่อย อาทิ รถโดยสารประจำทาง รถสามล้อ และวินจักรยานยนต์รับจ้าง
อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้มีข้อห้ามชัดเจนโดยยกเว้นการนำไปใช้จ่ายในกลุ่มร้านนวด สปา ทำเล็บ และทำผม ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมขยายช่องทางให้สามารถสแกนจ่ายผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้เพิ่มเติม ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.69 เป็นต้นไป
ในฝั่งของผู้ประกอบการ พบว่ามีร้านค้าตื่นตัวตบเท้าเข้าสู่ระบบนิเวศดิจิทัลของรัฐรวมแล้วทั้งสิ้น 1,014,248 ราย โดยผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้วถึง 1,010,166 ราย ซึ่งในจำนวนนี้กดยอมรับเงื่อนไข และพร้อมให้บริการทันที 614,496 ราย และอยู่ระหว่างรอกดตอบรับเงื่อนไขอีก 395,670 ราย
เมื่อแยกประเภทกลุ่มที่ผ่านการตรวจสอบ พบว่าเป็นบุคคลธรรมดาสูงถึง 1,006,762 ราย เป็นกลุ่มธุรกิจ Micro SMEs 848 ราย และอื่นๆ อีก 2,556 ราย
โดยร้านอาหาร และเครื่องดื่มยังคงครองแชมป์เข้าร่วมสูงสุดที่ 569,471 ราย ตามด้วยร้านค้าทั่วไป 267,693 ราย ร้านธงฟ้า 160,552 ราย และร้าน OTOP 10,541 ราย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มภาคบริการขนส่งสาธารณะ และขนส่งมวลชนเข้าร่วมอีกกว่า 1,900 ราย
ทั้งนี้ ร้านค้ารายเดิมสามารถกดยอมรับเงื่อนไขระบบผ่านแอปพลิเคชัน ถุงเงิน ได้ยาวถึงวันที่ 30 ก.ย. ส่วนผู้ประกอบการรายใหม่จะปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 31 ก.ค.2569
ขณะเดียวกัน กลุ่มเป้าหมายเปราะบางผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.18 ล้านคน กระทรวงการคลังแจงชัดเจนว่าไม่ต้องเข้ามาลงทะเบียนในระบบนี้ให้ซ้ำซ้อน เนื่องจากรัฐบาลจัดสรรสิทธิช่วยเหลือแบบอุดหนุนเต็มจำนวน 100% ให้ทันที โดยจะโอนวงเงินพิเศษ 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เข้าสู่บัตรประจำตัวประชาชนสมาร์ตการ์ดโดยตรงต่อเนื่อง 4 เดือน (มิ.ย. - ก.ย. 2569) เพื่อนำไปเลือกซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าประชารัฐ โดยวงเงินนี้ต้องใช้หมดเดือนต่อเดือน ไม่สามารถทบไปสะสมในเดือนถัดไปได้
นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงได้รับเงินช่วยเหลือประชารัฐสวัสดิการตามโครงสร้างเดิมตามปกติ ประกอบด้วย
ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อรอบ 3 เดือน วงเงินค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน มาตรการอุ้มค่าไฟฟ้า 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน และเงินเพิ่มเบี้ยความพิการอีก 200 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





