"PTT" ปรับเพิ่มวงเงินกู้ยืมระหว่างกันหรือ ICBL ให้กับบริษัทในกลุ่ม 2 แห่ง คือ บมจ.ไทยออยล์ หรือ TOP และ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ หรือ GPSC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสภาพคล่องภายในกลุ่ม มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป
บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) หรือ PTT รายงาน ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แจ้งปรับเปลี่ยนวงเงินตามสัญญากู้ยืมเงิน ระหว่างกันของ ปตท. และบริษัทในกลุ่ม มีรายละเอียดดังนี้
ตามที่คณะกรรมการบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2555 อนุมัติให้ ปตท. บริหารจัดการสภาพคล่องระยะสั้นระหว่าง ปตท. และบริษัทในกลุ่มที่ ปตท. ถือหุ้นต่ำกว่า 100% ในรูปแบบของ การกู้ยืมเงินระหว่างกัน (Inter-Company Borrowing and Lending : ICBL) ในสกุลเงินบาท และดอลลาร์
โดยเป็นวงเงินสินเชื่อระยะสั้นไม่ผูกพันและไม่มีหลักประกัน (Uncommitted & Unsecured Short-Term Loan) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสภาพคล่อง และความร่วมมือทางการเงินภายในกลุ่ม ปตท.
ปตท. ขอเรียนให้ทราบว่า ปตท. ได้ร่วมปรับเปลี่ยนวงเงินกู้ยืมระหว่างกันภายใต้สัญญา ICBL เดิม ที่มีอายุ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 2568 ถึงวันที่ 19 ธ.ค. 2569 กับบริษัทในกลุ่ม ปตท. จำนวน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP และ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ซึ่งวงเงินใหม่จะ มีผลตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. 2569 โดยมีรายละเอียดวงเงินดังนี้
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) มีวงเงินสัญญาที่ ปตท. สามารถให้กู้ยืมได้จำนวน 20,000 ล้านบาทเทียบเท่า และมีวงเงินสัญญาที่ ปตท. สามารถกู้ยืมจากไทยออยล์ ได้จำนวน 3,500 ล้านบาทเทียบเท่า
ในขณะที่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) มีวงเงินสัญญาที่ ปตท. สามารถให้กู้ยืมได้จำนวน 10,000 ล้านบาทเทียบเท่า และมีวงเงินสัญญาที่ ปตท. สามารถกู้ยืมจากโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ ได้จำนวน 500 ล้านบาทเทียบเท่า

