วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (28 พ.ค. 2569) ปิดลบ 11.57 จุด DELTA ฉุดตลาดร่วง กระจุกตัวเพิ่มเปราะบาง

“หุ้นไทย” เช้านี้ (28 พ.ค. 2569) ปิดลบ 11.57 จุด DELTA ฉุดตลาดร่วง กระจุกตัวเพิ่มเปราะบาง

"หุ้นไทย" วันนี้ (28 พ.ค. 2569) ปิดตลาดเช้าที่ 1,559.38 จุด ปรับตัวลดลง 11.57 จุด หรือคิดเป็น 0.74% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่นำโดย DELTA โดยภาพรวมตลาดมีความเปราะบางมากขึ้น หลังการปรับขึ้นของดัชนีก่อนหน้านี้กระจุกตัวอยู่ในหุ้น DELTA เป็นส่วนใหญ่

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (28 พ.ค. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,559.38 จุด ปรับตัวลดลง 11.57 จุด หรือคิดเป็น 0.74% โดย หุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,571.58 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,552.85 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 37,902.18 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ราคาปิด 344.00 บาท ลดลง 10.00 บาท หรือ 2.82% มูลค่าซื้อขาย 4,002.36 ล้านบาท
     
  2. KBANK ราคาปิด 199.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.25% มูลค่าซื้อขาย 2,451.22 ล้านบาท
     
  3. AOT ราคาปิด 55.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.38% มูลค่าซื้อขาย 1,784.63 ล้านบาท
     
  4. PTT ราคาปิด 36.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 1,666.39 ล้านบาท
     
  5. KCE ราคาปิด 36.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.68% มูลค่าซื้อขาย 1,497.46 ล้านบาท

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้เปิดตลาดในแดนลบ จากแรงขายกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ตามทิศทางกลุ่ม เทคโนโลยีทั่วโลก ส่วนกลุ่มไฟแนนซ์และที่อยู่อาศัยมีแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านภาพรวมตลาดที่ผ่านมาดัชนีมีการปรับขึ้นอย่างร้อนแรงกว่า 17.6 จุด เป็นการกระจุกตัวจากการปรับขึ้นของ หุ้น DELTA เพียงตัวเดียวถึง 14.7 จุด หรือคิดเป็น 84% ของการปรับขึ้นทั้งหมด เป็นสัญญาณเตือน เบื้องต้นที่แสดงถึงความเปราะบางของตลาดหุ้นไทยที่ค่อนข้างมาก

ทั้งนี้ มองว่าหากหุ้น DELTA สามารถผ่านพ้นสัปดาห์นี้ไปได้โดยไม่ถูกขึ้นบัญชี Trading alert ก็มีโอกาสสูงที่จะราคาหุ้นจะยังคงทรงตัวในระดับสูงได้ต่อไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนที่ทำให้ดัชนี SET ในเดือนหน้ายังอยู่ในทิศทางที่ดี รวมถึงต้องติดตามการปรับน้ำหนักหุ้น DELTA ในดัชนี MSCI ที่จะมีผลบังคับใช้ในช่วงปิดตลาดวันศุกร์นี้ ซึ่งอาจนำมาสู่การ Net buy ของนักลงทุนต่างชาติในหุ้นดังกล่าวราว 1,400 ล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศ

คาดการณ์ตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐประจำเดือนเม.ย Headline PCE จะขยายตัว 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน Core PCE คาดว่าจะขยายตัว 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประเมินว่าหากตัวเลขจริงออกมาสูงกว่าหรือเท่ากับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จะส่งผลต่อคาดการณ์เงินเฟ้อและทำให้บอนด์ยีลด์ในตลาดปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นได้อีก

ในระยะถัดไปคาดการณ์ดัชนี SET Index มีแนวรับอยู่ที่ระดับ 1,548 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ระดับ 1,593 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามนอกจากตัวเลข PCE ของสหรัฐฯ และการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI ของหุ้น DELTA แล้ว ยังต้องจับตากระแส Fund flow ของนักลงทุนสถาบันที่ล่าสุดมียอดขายสุทธิสะสมในเดือนพฤษภาคม 1-27 พ.ค. สูงถึง 16,471 ล้านบาท

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ Wait & See ในภาพรวม และอาจใช้กลยุทธ์เก็งกำไรระยะสั้นไปตามจังหวะ โดยมองว่าระดับการคาดการณ์ EPS ของตลาดที่ยังทรงตัวระดับต่ำแถว 97 บาท ประกอบกับมุมมองอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 1% ไปจนถึงสิ้นปีนี้ ทำให้ยังไม่สามารถยกระดับดัชนีเป้าหมายของ SET ที่เหมาะสมตามวิธี PE Model ขึ้นไปจากระดับ 1540 จุดเดิมได้

หุ้นแนะนำในวันนี้ CRC จากปัจจัยหนุนยอดค้าปลีกและกลุ่ม Shopping ตัวถัดมาคือ ERW รับปัจจัยบวกจาก Hop Inn ยังคงเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง และตัวสุดท้ายคือ M ยอดขายสาขาเดิม (SSS) เริ่มกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน