"หุ้นไทย" วันนี้ (28 พ.ค. 2569) ปิดตลาดเช้าที่ 1,559.38 จุด ปรับตัวลดลง 11.57 จุด หรือคิดเป็น 0.74% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่นำโดย DELTA โดยภาพรวมตลาดมีความเปราะบางมากขึ้น หลังการปรับขึ้นของดัชนีก่อนหน้านี้กระจุกตัวอยู่ในหุ้น DELTA เป็นส่วนใหญ่
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (28 พ.ค. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,559.38 จุด ปรับตัวลดลง 11.57 จุด หรือคิดเป็น 0.74% โดย หุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,571.58 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,552.85 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 37,902.18 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 344.00 บาท ลดลง 10.00 บาท หรือ 2.82% มูลค่าซื้อขาย 4,002.36 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 199.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.25% มูลค่าซื้อขาย 2,451.22 ล้านบาท
- AOT ราคาปิด 55.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.38% มูลค่าซื้อขาย 1,784.63 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 36.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 1,666.39 ล้านบาท
- KCE ราคาปิด 36.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.68% มูลค่าซื้อขาย 1,497.46 ล้านบาท
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้เปิดตลาดในแดนลบ จากแรงขายกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ตามทิศทางกลุ่ม เทคโนโลยีทั่วโลก ส่วนกลุ่มไฟแนนซ์และที่อยู่อาศัยมีแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้านภาพรวมตลาดที่ผ่านมาดัชนีมีการปรับขึ้นอย่างร้อนแรงกว่า 17.6 จุด เป็นการกระจุกตัวจากการปรับขึ้นของ หุ้น DELTA เพียงตัวเดียวถึง 14.7 จุด หรือคิดเป็น 84% ของการปรับขึ้นทั้งหมด เป็นสัญญาณเตือน เบื้องต้นที่แสดงถึงความเปราะบางของตลาดหุ้นไทยที่ค่อนข้างมาก
ทั้งนี้ มองว่าหากหุ้น DELTA สามารถผ่านพ้นสัปดาห์นี้ไปได้โดยไม่ถูกขึ้นบัญชี Trading alert ก็มีโอกาสสูงที่จะราคาหุ้นจะยังคงทรงตัวในระดับสูงได้ต่อไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนที่ทำให้ดัชนี SET ในเดือนหน้ายังอยู่ในทิศทางที่ดี รวมถึงต้องติดตามการปรับน้ำหนักหุ้น DELTA ในดัชนี MSCI ที่จะมีผลบังคับใช้ในช่วงปิดตลาดวันศุกร์นี้ ซึ่งอาจนำมาสู่การ Net buy ของนักลงทุนต่างชาติในหุ้นดังกล่าวราว 1,400 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ
คาดการณ์ตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐประจำเดือนเม.ย Headline PCE จะขยายตัว 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน Core PCE คาดว่าจะขยายตัว 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประเมินว่าหากตัวเลขจริงออกมาสูงกว่าหรือเท่ากับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จะส่งผลต่อคาดการณ์เงินเฟ้อและทำให้บอนด์ยีลด์ในตลาดปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นได้อีก
ในระยะถัดไปคาดการณ์ดัชนี SET Index มีแนวรับอยู่ที่ระดับ 1,548 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ระดับ 1,593 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามนอกจากตัวเลข PCE ของสหรัฐฯ และการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI ของหุ้น DELTA แล้ว ยังต้องจับตากระแส Fund flow ของนักลงทุนสถาบันที่ล่าสุดมียอดขายสุทธิสะสมในเดือนพฤษภาคม 1-27 พ.ค. สูงถึง 16,471 ล้านบาท
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ Wait & See ในภาพรวม และอาจใช้กลยุทธ์เก็งกำไรระยะสั้นไปตามจังหวะ โดยมองว่าระดับการคาดการณ์ EPS ของตลาดที่ยังทรงตัวระดับต่ำแถว 97 บาท ประกอบกับมุมมองอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 1% ไปจนถึงสิ้นปีนี้ ทำให้ยังไม่สามารถยกระดับดัชนีเป้าหมายของ SET ที่เหมาะสมตามวิธี PE Model ขึ้นไปจากระดับ 1540 จุดเดิมได้
หุ้นแนะนำในวันนี้ CRC จากปัจจัยหนุนยอดค้าปลีกและกลุ่ม Shopping ตัวถัดมาคือ ERW รับปัจจัยบวกจาก Hop Inn ยังคงเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง และตัวสุดท้ายคือ M ยอดขายสาขาเดิม (SSS) เริ่มกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

