ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 28 พ.ค.2569 เวลา 10.30 น. บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI บวก 7.87% เพิ่มขึ้น 0.07 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 0.96 บาท
ดิษฐนพ วัธนเวคิน นักวิเคราะห์อาวุโส บล.กรุงศรี ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้น VGI ปรับตัวเพิ่มขึ้นการซื้อขายวันนี้หลังนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรจากประเด็น เรื่องการล้างขาดทุนสะสมที่บริษัทประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจ เพราะสะท้อนว่าบริษัทเริ่มมีความพร้อมด้านฐานะการเงิน และอาจเปิดทางให้สามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นได้อีกครั้ง
นอกจากนี้ VGI ยังมีจุดเด่นด้านสถานะทางการเงิน หลังจากปัจจุบันบริษัทมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นรวมกันมากกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มทุนในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เมื่อนำเงินสดหักหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย และคำนวณเทียบกับจำนวนหุ้นทั้งหมด พบว่ามูลค่าเงินสดสุทธิต่อหุ้นจะอยู่ที่ประมาณ 0.99 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าราคาหุ้นที่ซื้อขายอยู่ในกระดานปัจจุบัน จึงกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ดึงดูดแรงเก็งกำไรจากนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีปัจจัยบวกในระยะสั้น แต่ทว่ายังคงให้น้ำหนักการลงทุนเพียง Neutral ซึ่งประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 1.00 บาท เนื่องจากยังมีข้อจำกัดด้านปัจจัยพื้นฐานหลายประการ
โดยธุรกิจสื่อนอกบ้านซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท คาดว่าในปีนี้จะยังมีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่ธุรกิจใหม่อย่าง Digital Service และ Distribution ซึ่งดำเนินการมาแล้วราว 3-4 ปี ยังไม่สามารถสร้างกำไรได้ และคาดว่าจะยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนในปีหน้าส่งผลให้ยังเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการโดยรวม
นอกจากนี้ คาดว่ากำไรปกติปีนี้จะเติบโตประมาณ 36% แตะระดับ 173 ล้านบาท แต่เป็นการเติบโตจากฐานกำไรเดิมที่อยู่ในระดับต่ำมาก อีกทั้ง บริษัทยังไม่มีแผนการลงทุนที่ชัดเจนสำหรับการใช้เงินสดจำนวนกว่า 20,000 ล้านบาท ทำให้ยังขาดปัจจัยกระตุ้นใหม่ที่จะช่วยขับเคลื่อนราคาหุ้นในระยะยาว
ขณะที่การกลับมาจ่ายเงินปันผลได้อีกคร้ัง แม้จะเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อจิตวิทยาการลงทุน แต่ทว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลจะอยู่เพียงประมาณ 1% ต่อปี ซึ่งยังไม่จูงใจมากนักเมื่อเทียบกับทางเลือกการลงทุนอื่นในตลาด
"การปรับตัวขึ้นของราคาหุ้น VGI ในรอบนี้ยังคงเป็นลักษณะของแรงเก็งกำไรระยะสั้นจากประเด็นล้างขาดทุนสะสมและสถานะเงินสดที่แข็งแกร่ง ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังต้องติดตามความสามารถในการสร้างกำไรของธุรกิจใหม่ รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจหลักในอนาคต"


