ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 28 พ.ค.2569 เวลา 10.00 น. บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG พุ่งแรง 22.12% เพิ่มขึ้น 0.95 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 5.30 บาท
นางสาวจิตรา อมรธรรม กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้สัมภาษณ์ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้น EPG ปรับตัวขึ้นโดดเด่น หลังประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2569 สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2569 ออกมาแข็งแกร่งกว่าตลาดคาดการณ์ โดยนักวิเคราะห์มองว่าบริษัทเริ่มเห็นผลเชิงบวกจากการปรับโครงสร้างต้นทุน
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 4/2569 (ระหว่างเดือนมกราคม–มีนาคม 2569) EPG มีกำไรหลักอยู่ที่ 390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ราว 9% นอกจากนี้ยังเป็นการเติบโตทั้ง QoQ และ YoY ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2
ขณะที่กำไรหลักทั้งปีเติบโต 17% ถือเป็นการเติบโตระดับ Double Digit ที่โดดเด่นในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่ยังชะลอตัว นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรของ EPG มาจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการผลิตในทุกกลุ่มธุรกิจ
ทั้งนี้ ธุรกิจฉนวนกันความร้อน Aeroflex ยังคงเป็นธุรกิจหลักที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเติบโตของธุรกิจ Data Center ที่มีความต้องการระบบควบคุมอุณหภูมิสูง โดย EPG ถือเป็นซัพพลายเออร์สำคัญของกลุ่มลูกค้านี้มาอย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดในประเทศไทยจะยังชะลอตัวจากการลงทุนภาคเอกชนที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ แต่ตลาดต่างประเทศยังสามารถเติบโตได้ดีและช่วยชดเชยได้
ด้านธุรกิจชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ Aeroklas แม้อุตสาหกรรมยานยนต์โลกยังเผชิญแรงกดดัน แต่บริษัทใช้จังหวะดังกล่าวเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด ส่งผลให้อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจในออสเตรเลียและแอฟริกาใต้ที่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน
ขณะที่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกมียอดขายเติบโตโดดเด่น และทำอัตรากำไรขั้นต้น สูงสุดในรอบ 15 ไตรมาส จากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงแรงหนุนจากการสั่งซื้อสะสมสินค้าของลูกค้าในช่วงที่ตลาดกังวลสถานการณ์สงครามและความไม่แน่นอนด้านซัพพลายเชน
ทั้งนี้ จากแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งและการควบคุมต้นทุนที่เริ่มเห็นผลชัดเจน จึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น EPG ขึ้นเป็น 6.00 บาท โดยมองว่า บริษัทสามารถรับมือกับความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ฐานะการเงินและศักยภาพการทำกำไรกลับมาน่าสนใจอีกครั้งในสายตานักลงทุน

