วันอังคาร ที่ 28 เมษายน 2569

Login
Login

โอโมดา ซี4 เปิดตัวปลายปี ชิงส่วนแบ่งตลาด อีวี บี-เซกเมนต์

โอโมดา ซี4 เปิดตัวปลายปี ชิงส่วนแบ่งตลาด อีวี บี-เซกเมนต์

เรียกว่ากำลังขึ้นหม้อก็ได้ สำหรับ โอโมดา แอนด์ เจคู (Omoda & Jaecoo) ที่ยอดขายในปีที่ผ่านมาทำได้ดี และปีนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์ โชว์ 2026 ที่สามารถสร้างยอดจองรวมขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 3 ของตลาดได้

ตัวแปรสำคัญอย่างหนึ่งคือ การเปิดตัว เจคู่ 5 อีวี ที่สามารถสร้างยอดได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้มาก และก็ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องมาถึงวันนี้

ปีนี้ โอโมดา แอนด์ เจคู ขยับตัวครั้งสำคัญ เริ่มจากการเปิดสายการประกอบโรงงานที่ระยองอย่างเป็นทางการ เป็นโรงงานของเชอรี กรุ๊ป ซึ่งจะประกอบรถทั้ง โอโมดา เจคู และอนาคตจะมี เลอพาส (Lepas) แบรนด์ใหม่ล่าสุดในเครือที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน บางกอก มอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา และอาจจะรวมถึงแบรนด์ใหม่ที่จะตามเข้ามาในอนาคต เช่น ลักซีด (Luxeed) แบรนด์พรีเมียมที่มีแผนเปิดตัวในปี 2570 เริ่มต้นด้วยรถเอ็มพีวี V9 ที่วางเป้าหมายแข่งขันกับทั้งเพื่อนร่วมชาติ อย่างเดนซ่า ดี9 หรือว่า ซีกเกอร์ 009 รวมถึงแบรนด์ญี่ปุ่นรุ่นดังอย่าง โตโยต้า อัลฟาร์ด หรือแบรนด์ ยุโรป เมอร์เซเดส-เบนซ์ วี-คลาส

โอโมดา ซี4 เปิดตัวปลายปี ชิงส่วนแบ่งตลาด อีวี บี-เซกเมนต์

ก่อนจะตามด้วยสปอร์ต เอสยูวี R7 ที่กำหนดชิงตลาดกับรถเช่น บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 3 หรือว่า เทสล่า โมเดล วาย

ทั้งนี้ ลักซีด เป็นแบรนด์ที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง เชอรี ออโต้ กับ เสี่ยวหมี แบรนด์เทคโนโลยีชื่อดังของจีน

นอกจากการขยับตัวด้านโรงงานแล้ว ในด้านผลิตภัณฑ์ ปีนี้ โอโมดา แอนด์ เจคู มีแผนที่จะเสริมตลาดรถรุ่นใหม่ต่อเนื่อง และหนึ่งในนั้นคือ โอโมด้า ซี4 (Omoda C4)

ซี4 เริ่มเผยโฉมเป็นครั้งแรกในปี 2568 ในรูปแบบของรถโปรโตไทป์ (Prototpe) ในชื่อ C3 มีแผนเปิดตัวปีที่แล้ว แต่เลื่อนออกมา และเมื่อจะผลิตจริงก็เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น C4

เป็นรถที่ถูกนิยามว่าเป็นเอสยูวี หรือ จริง ๆ แล้ว โดยส่วนตัวผมว่าน่าจะเรียกว่า ครอสโอเวอร์ มากกว่า และไม่เฉพาะ ซี4 เท่านัน แต่เอสยูวี อีกหลาย ๆ รุ่นที่ทำตลาดในขณะนี้ก็เช่นกัน

จัดอยู่ในกลุ่ม บี-เซกเมนต์ ซึ่งตลาดบ้านเราแน่นอนว่ามีคู่แข่งอยู่ไม่น้อย ก็ต้องรอดูกันว่า ซี4 จะมีไม้เด็ดอะไรเอามาใช้ในตลาด

แต่เบื้องต้น โอโมดา เชื่อว่าด้วยดีไซน์ ฟังก์ชั่น และสมรรถนะจะสร้างความสำเร็จในตลาดได้ดี

ทั้งนี้เป้าหมายที่เชอรี ออโต พัฒนา ซี4 ขึ้นมา คือต้องการให้เป็นรถที่จะช่วยขยายฐานตลาดในกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวมากขึ้น

เชอรี เรื่มต้นด้วยการใช้ทีมงานคนรุ่นใหม่ออกแบบ โดยทีมงานมีอายุเฉลี่ย 28 ปี และแนวทางการออกแบบก็ดูแปลกตาไปจากรุ่นอื่น ๆ กล้าที่จะใช้เส้นสาย ความเป็นเหลี่ยมเป็นสันในยุคที่ความโค้งมนดูจะเป็นแนวทางยอดนิยมของรถในยุคปัจจุบัน

ความเป็นเหลี่ยมสัน ทั้งด้านหน้า ฝากระโปรง เส้นสายตัวถังด้านข้าง กระจกมองข้าง ไม่เว้นแม้แต่ซุ้มล้อ

โอโมดา ซี4 เปิดตัวปลายปี ชิงส่วนแบ่งตลาด อีวี บี-เซกเมนต์

ขณะที่ ภายในห้องโดยสาร ก็เน้นให้ดูสปอร์ต เทคโนโลยี และลูกเล่นต่าง ๆ เช่น ฝาปิด-เปิด ปุ่ม Start-Stop สีแดง เป็นต้น เพิ่มความโปร่งโล่งและความพรีเมียมด้วยหลังคา panoramic glass roof  ติดตั้งล้ออัลลอยขนาดค่อนข้างใหญ่ 18 นิ้ว

ซี4 เปิดตัวในงาน ปักกิ่ง ออโต้โชว์ 2026 ที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยจะมีหลายขุมพลังเป็นทางเลือก และคันที่อยู่บนเวทีปักกิ่ง เป็นรุ่น SHS หรือ Super Hybrid System

แต่เวอร์ชั่นที่จะเปิดตลาดประเทศไทย จะเป็นพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี

ซึ่งข้อมูลที่ปักกิ่ง ระบุว่า อีวี มี 2 ทางเลือกคือ แบตเตอรี่ความจุ 50 kWh และ 67 kWh โดยเบื้องต้นคาดว่ารุ่นที่จะทำตลาดในไทยจะเป็นรุ่น 67 kWh เนื่องจากลูกค้าชาวไทยให้ความสำคัญกับระยะทางการใช้งาน

แต่ก็ไม่แน่ว่าหากโอโมดาจะเน้นการทำราคาอาจจะได้เห็นรุ่น 50 kWh ก็ได้เช่นกัน

สำหรับแบตเตอรี่ 67 kWh รองรับการขับขี่สูงสุดประมาณ 500 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

โดยการชาร์จ รองรับชาร์จ AC 11 kW ชาร์จ DC 120 kW

มีระบบดึงไฟฟ้าออกไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอก หรือ V2L ได้สูงสุด 3.3 kW

เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าโดยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 288 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.

มีโหมดขับขี่ให้เลือก 3 โหมด และมีฟังก์ชั่นช่วยการขับขี่ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่เด่น ๆ เช่น โหมด CAMPING, โหมด PET สำหรับคนรักสัตว์

ADAS ที่มีการทำงานรวม 19 ระบบ กล้องรอบคัน 360 องศา

โอโมดา แอนด์ เจคู มีแผนที่จะเปิดตัว ซี4 ช่วงปลายปีนี้ โดยระดับราคาก็น่าจะเกาะกลุ่มอยู่กับรถในกลุ่ม บี-เซกเมนต์ คาดว่าจะเริ่มต้นที่ระดับ 5 แสนบาทกว่า ๆ ซึ่งต่ำกว่ารถขายดีอย่าง เจคู เจ5 อีวี ทำให้ผู้ที่เล็งจะซื้อ ลุ้นได้ครับ

โอโมดา ซี4 เปิดตัวปลายปี ชิงส่วนแบ่งตลาด อีวี บี-เซกเมนต์

ยกระดับบริการ เครือข่าย ช่างเทคนิค

โรงงานประกอบ เชอรี กรุ๊ป ระยอง เป็น 1 ใน 19 โรงงานเชอรีทั่วโลก โดยแผนระยะ 5 ปี (2569–2573) จะมีกำลังการผลิต 80,000 คัน/ปี

เซดริก ซุย (Cedric Cui) ประธาน เชอรี กรุ๊ป (ประเทศไทย) กล่าวว่า สิ่งที่เชอรีต้องการสื่อสารในประเทศไทยชัดเจน คือความตั้งใจดำเนินธุรกิจระยะยาว โดยการเข้ามาในไทยไม่ได้มีเป้าหมายแค่ผลิตหรือจำหน่ายรถยนต์ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ตั้งแต่ความพร้อมของอะไหล่ คุณภาพการบริการ การดูแลลูกค้า ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในประเทศไทย

ทั้งนี้ เชอรี กรุ๊ป ระบุว่า ตั้งเป้าขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการเป็น 210 โชว์รูมภายในปี 2569 นี้ ควบคู่ไปกับพัฒนาศักยภาพช่างเทคนิคให้ผ่านการรับรอง 100% และตั้งเป้าประสิทธิภาพด้านอะไหล่และบริการในระดับสูง

ซุย กล่าวว่า การเปิดโรงงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งนี้ เป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของเชอรี กรุ๊ป, โอโมดา และ เจคู

ส่วนภาพรวมแผนการดำเนินงานในไทยจะขับเคลื่อนผ่านพอร์ตโฟลิโอ 3 แบรนด์ CHERY จะเน้นกลุ่มครอบครัวผ่านกลุ่มรถพลังงานไฟฟ้า หรือ BEV และ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV)

OMODA และ JAECOO จะสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ด้วยรถครอสโอเวอร์และไลฟ์สไตล์เอาต์ดอร์

LEPAS จะนำเสนอแนวคิด “Elegant Mobility Life” เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศการเดินทางที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยมากยิ่งขึ้น