"หุ้นไทย" วันนี้ (26 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,553.36 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.03 จุด หรือ 0.20% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากแรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปอย่าง DELTA และหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวขึ้น สวนทางกลุ่มพลังงานถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ลดลง
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (26 พ.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,553.36 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.03 จุด หรือ 0.20% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,563.42 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,547.86 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 58,368.33 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 339.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 1.50% มูลค่าซื้อขาย 6,026.52 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 198.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.02% มูลค่าซื้อขาย 4,447.67 ล้านบาท
- BBL ราคาปิด 173.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท หรือ 2.66% มูลค่าซื้อขาย 3,027.18 ล้านบาท
- GULF ราคาปิด 61.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.40% มูลค่าซื้อขาย 2,140.51 ล้านบาท
- PTTEP ราคาปิด 146.50 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 1.35% มูลค่าซื้อขาย 1,976.40 ล้านบาท
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในทางบวกโดยได้แรงหนุนจากหุ้นบิ๊กแคปอย่าง DELTA เป็นหลัก แต่โดยภาพรวมอัปไซด์ดัชนีในกลุ่มบิ๊กแคปยังถูกจำกัดด้วยปัจจัยการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI
นอกจากนี้หุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังปรับตัวขึ้นมาได้ดี คาดหวังปันผลในช่วงกลางปี และปัจจัยการเติบโตของสินเชื่อหลังรัฐบาลเตรียมออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) ฝั่งหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน รับข่าวการลงทุนเอฟดีไอต่างชาติ ในกลุ่มโรงไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์
อย่างไรก็ตาม กลุ่มพลังงานต้นน้ำ โรงกลั่น-ปิโตรเคมี มีแรงกดดันจากราคาน้ำมันย่อตัว หลังสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ส่อแววคลี่คลาย
ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (27 พ.ค.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,547 จุด แนวต้าน 1,560 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือการเริ่มต้นจับจ่ายใช้สอยผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ในช่วงต้นเดือน มิ.ย. อาจเป็นแรงหนุนต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีก
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำลงทุนในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรหรือบอนด์ยีลด์ปรับตัวลดลง เช่น กลุ่มไฟแนนซ์ โรงไฟฟ้า สื่อสาร และ REITs ให้ Top picks เป็น TIDLOR, JMT, และ GUNKUL

