ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่ง 400 จุด หลังราคาน้ำมันดิบร่วงจากความหวังดีลสันติภาพสหรัฐ–อิหร่านใกล้สำเร็จ ทรัมป์เผยการเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี แต่ยังไม่วายขู่กลับมาโจมตีอีก
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นซื้อขายล่วงหน้าของสหรัฐปรับตัวขึ้นแรงในคืนวันจันทร์ (25 พ.ค. 69) ขณะที่ราคาน้ำมันดิ่งลง ท่ามกลางความหวังที่เพิ่มขึ้นว่าการยุติสงครามระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน อาจใกล้บรรลุข้อตกลง
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ปรับขึ้น 441 จุด หรือราว 0.9%
S&P 500 ฟิวเจอร์ เพิ่มขึ้น 0.9%
Nasdaq-100 ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้น 1.2%
ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดทำการในวันจันทร์เนื่องในวันหยุด Memorial Day
ทรัมป์เผยการเจรจาคืบหน้า
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าการเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติสงครามกำลัง “คืบหน้าไปได้ด้วยดี” อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าสหรัฐอาจกลับมาใช้ปฏิบัติการเชิงรุกหากการเจรจาล้มเหลว
“มันจะต้องเป็นข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกฝ่าย หรือไม่ก็ไม่ต้องมีข้อตกลงเลย” ทรัมป์เขียน
ราคาน้ำมันดิบทรุดตัวแรงหลังคำกล่าวของทรัมป์ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ร่วงลงราว 6%
ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 0.9% ในสัปดาห์ที่แล้ว ทำสถิติปรับตัวขึ้นต่อเนื่องรายสัปดาห์ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2023 ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 2.1% ทำให้เป็นการบวกสัปดาห์ที่สามในรอบสี่สัปดาห์ ขณะที่แนสแด็กเพิ่มขึ้น 0.5% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่เจ็ดจากแปดสัปดาห์ที่ปรับตัวขึ้น
“ไม่มีข้อสงสัยว่าปัจจัยพื้นฐานมีส่วนสำคัญอย่างน้อยบางส่วนต่อแรงหนุนให้ตลาดปรับตัวขึ้น” อดัม พาร์คเกอร์ ผู้ก่อตั้ง Trivariate Research เขียนไว้ “ด้วยกำไรบริษัทที่คาดว่าจะโต 23% ในปีนี้ และ 16% ในปีหน้า จึงพอมีเหตุผลที่จะบอกได้ว่า แม้ประมาณการกำไรจะถูกปรับเพิ่มขึ้นและเติบโตแข็งแกร่ง แต่ค่า P/E ตามคาดการณ์ล่วงหน้ากลับหดตัวลงเพียงเล็กน้อย”
การร่วงลงของราคาน้ำมันยังช่วยหนุนตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่แล้วด้วย ราคาน้ำมันดิบสหรัฐ ร่วง 8.4% ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่ร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบยังคงซื้อขายอยู่ในระดับที่สูงกว่าช่วงต้นปีค่อนข้างมาก และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ความคาดหวังของนักลงทุนต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จึงถูกลดทอนลง ตามเครื่องมือติดตามเฟด FedWatch ของ CME Group นักลงทุนกำลังประเมินโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม โดยมีความเป็นไปได้ประมาณ 8.5% เพิ่มจากเพียง 0.9% เมื่อเดือนก่อน

