หุ้นไทย 25พ.ค.69 เปิดเช้าบวก 16.13 จุด แรงหนุนจากลงทะเบียน“ไทยช่วยไทยพลัส” และ สถานการณ์ตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลาย
KEY POINTS
- ตลาดหุ้นไทยเปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้น 16.13 จุด หรือ 1.05% มาอยู่ที่ระดับ 1,554.00 จุด
- ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลาย ทำให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น
- ปัจจัยในประเทศมาจากการเปิดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ได้รับความสนใจอย่างคึกคัก ซึ่งช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นต่อมาตรการเศรษฐกิจของภาครัฐ
ตลาดหุ้นไทย เปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้น 16.13 จุด หรือ 1.05% มาอยู่ที่ระดับ 1,554.00 จุด โบรกเผย ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยในประเทศมาจากการเปิดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ได้รับความสนใจอย่างคึกคัก ซึ่งช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นต่อมาตรการเศรษฐกิจของภาครัฐ ปัจจัยต่างประเทศหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลาย ทำให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น
ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 25 พ.ค. 2569 เวลา 10.00 น. ปรับขึ้น 16.13 จุด หรือ 1.05% อยู่ที่ 1,554.00 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6,575.58 ล้านบาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อยและนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,550 จุด หลังตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวก ทั้งนี้มาจากท่าทีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ส่งสัญญาณว่าสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มคลี่คลาย โดยระบุว่า “ไม่รีบเร่งและเวลาอยู่ข้างเรา” ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น และช่วยหนุนดัชนีตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย
ขณะเดียวกัน ปัจจัยในประเทศยังได้รับแรงหนุนจากการเปิด “ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งระบบสามารถรองรับผู้ใช้งานได้อย่างราบรื่น และมียอดลงทะเบียนจำนวนมาก สะท้อนความเชื่อมั่นต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวส่งผลเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีก โดยเฉพาะหุ้นในเครือ CP และผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ อาทิ CPALL, CPAXT และ BJC ที่คาดว่าจะได้รับแรงเก็งกำไรจากความคาดหวังการใช้จ่ายภายในประเทศที่ฟื้นตัว
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนวันนี้ แนะนำจับตา 2 หุ้นเด่น ได้แก่ CPALL ซึ่งได้อานิสงส์โดยตรงจากมาตรการกระตุ้นการบริโภค และ CCET ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หลังการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุดสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจและการเติบโตในระยะถัดไป
"ภาพการลงทุนในช่วงเช้าวันนี้ยังอยู่ในโทนบวกจากการผสานกันของปัจจัยภายนอกที่เริ่มคลี่คลาย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศที่ช่วยหนุนการจับจ่ายและความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาอีกครั้ง"





