วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

4 หุ้นชิ้นส่วนกอดคอร่วง HANA นำกลุ่มดิ่ง 8.51% หลังงบ Q1/69 ต่ำคาด ฉุดกลุ่ม

หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 4 บริษัทปรับตัวลดลง นำโดย HANA ที่ร่วง 8.51% ตามด้วย KCE (-3.70%), CCET (-4.72%) และ DELTA (-1.50%) โบรกเผย ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของ HANA ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก สร้างความผิดหวังและส่งผลกระทบต่อหุ้นทั้งกลุ่ม HANA รายงานกำไรสุทธิเพียง 103 ล้านบาท ลดลง 78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 28% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)

KEY POINTS

  • หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 4 บริษัทปรับตัวลดลง นำโดย HANA ที่ร่วง 8.51% ตามด้วย KCE (-3.70%), CCET (-4.72%) และ DELTA (-1.50%)
  • สาเหตุหลักเกิดจากผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของ HANA ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก สร้างความผิดหวังและส่งผลกระทบต่อหุ้นทั้งกลุ่ม
  • HANA รายงานกำไรสุทธิเพียง 103 ล้านบาท ลดลง 78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 28% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)
  • ผลกำไรของ HANA ถูกกดดันจากหลายปัจจัย เช่น เงินบาทแข็งค่าทำรายได้ลดลง, อัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวเหลือ 8.1% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น
  • นักวิเคราะห์ระบุว่าการฟื้นตัวของ HANA ล่าช้ากว่าบริษัทอื่นในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงแรง
  • จากผลประกอบการที่น่าผิดหวัง นักวิเคราะห์จึงปรับลดคำแนะนำหุ้น HANA ลงเป็น "ขาย" เนื่องจากราคาหุ้นสูงกว่ามูลค่าพื้นฐาน

ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 15 พ.ค.2569 เวลา 10.05 น. หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิก ปรับตัวลง นำโดย 

หุ้น HANA ร่วง 8.51% ลดลง 3.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 32.25 บาท 
หุ้น KCE ร่วง 3.70% ลดลง 1.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 32.50 บาท 
หุ้น CCET ร่วง 4.72% ลดลง 0.30 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 6.05 บาท 
หุ้น DELTA ร่วง 1.50% ลดลง 5.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 329.00 บาท

4 หุ้นชิ้นส่วนกอดคอร่วง HANA นำกลุ่มดิ่ง 8.51% หลังงบ Q1/69 ต่ำคาด ฉุดกลุ่ม

ทศวรรณ ธรรมสุข นักวิเคราะห์การลงทุนด้านหลักทรัพย์ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์วันนี้ปรับตัวลงหลังผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียนทยอยประกาศออกมา โดยเฉพาะ HANA ที่สร้างความผิดหวังให้กับตลาด จนส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงแรง

 

ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของ HANA ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์ไว้ โดยบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่เพียง 103 ล้านบาท ลดลง 78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และลดลง 28% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารายได้ในรูปสกุลดอลลาร์สหรัฐจะปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 156 ล้านดอลลาร์ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจในจีน สหรัฐฯ และโรงงานอยุธยา ซึ่งสามารถชดเชยรายได้จากโรงงานลำพูนที่อยู่ระหว่างปรับรูปแบบการขาย แต่เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท พบว่ายอดขายรวมอยู่ที่ 4,900 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลกระทบของเงินบาทแข็งค่า

นอกจากนี้ บริษัทเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไร ทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือ 8.1% จากผลกระทบด้านอัตราแลกเปลี่ยนและการตั้งสำรองด้อยค่าสินค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้นแตะระดับ 10% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่อยู่ราว 6-8% ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้ค้างชำระ ยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ

อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาประมาณ 115 ล้านบาทในไตรมาสนี้ แต่กำไรปกติยังคงอยู่ที่ระดับ 103 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวของธุรกิจยังล่าช้าเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน

"สาเหตุสำคัญที่ทำให้ ราคาหุ้น HANA ปรับตัวลงแรง เป็นเพราะตลาดผิดหวังกับผลประกอบการที่ไม่สามารถฟื้นตัวได้ในทิศทางเดียวกับหุ้นอิเล็กทรอนิกส์รายอื่น ซึ่งหลายบริษัทเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า"

ทั้งนี้ จึงปรับลดคำแนะนำ หุ้น HANA ลงสู่ระดับ "ขาย" เนื่องจากมองว่า ราคาหุ้นปัจจุบันปรับตัวขึ้นไปสูงกว่ามูลค่าพื้นฐานที่ประเมินไว้ และแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานในปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับระดับราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้