GPSC พร้อมกางแผนธุรกิจรุก “พลังงานสะอาด” และ “เทคโนโลยีแห่งอนาคต” รับโอกาสจากร่างแผน “พีดีพีฉบับใหม่” หนุนเติบโตระยะยาว
KEY POINTS
- GPSC เตรียมพร้อมรับโอกาสจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ โดยมุ่งเน้นความต้องการไฟฟ้าที่เติบโตสูงจากกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และพลังงานสะอาด
- บริษัทตั้งเป้ารุกธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยและอินเดียรวม 600 เมกะวัตต์ และขยายพอร์ตพลังงานสะอาดให้มีกำลังการผลิตรวม 13.7 กิกะวัตต์ ภายในปี 2573
- ตั้งเป้าหมายครองส่วนแบ่งตลาดจากความต้องการไฟฟ้าในแผน PDP ใหม่ไม่น้อยกว่า 15% หรือคิดเป็นกำลังการผลิตประมาณ 5 กิกะวัตต์ เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
นางสาวสุกิตตี ไชยรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสการเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยว่า แนวโน้มผลดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 และช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดยังมีทิศทางเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการที่โรงไฟฟ้า GHECO-1 สามารถกลับมาดำเนินการตามปกติได้อีกครั้ง ขณะที่ ดีมานด์ความต้องการยังแข็งแกร่ง ช่วยสร้างฐานกำไรที่มั่นคง
นอกจากนี้ ผลประกอบการบริษัท อวาด้า เอนเนอร์ยี่ ไพรเวท ลิมิเต็ท (AEPL) มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นชัดเจน ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) เป็นที่เรียบร้อย ประกอบกับได้รับอานิสงส์ค่าความเข้มของแสงที่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการผลิตไฟฟ้า
สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะถัดไป ท่ามกลางสภาวะตลาดพลังงานโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง บริษัทยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโครงการ EBITDA uplift ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในทุกมิติ ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเพิ่ม 700 ล้านบาทในปีนี้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมรักษาสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง และวางรากฐานการเติบโตสู่พลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลตามทิศทางความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต
สำหรับ ทิศทางราคาพลังงานและนโยบายภาครัฐ คาดการณ์แนวโน้มไตรมาส 2 และภาพรวมทั้งปีประเมินค่า FT จะอยู่ที่ประมาณ 14.96 สตางค์ต่อหน่วย และเฉลี่ยทั้งปี 14.06 สตางค์ต่อหน่วย ตามประกาศของรัฐบาล ส่วนราคาก๊าซธรรมชาติคาดว่าจะอยู่ในช่วง 345-350 บาทต่อล้านบีทียูในไตรมาสที่ 2 แต่อาจมีการปรับตัวลดลงจากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแคปราคาก๊าซไว้ไม่เกิน 347 บาท ในช่วงเดือนพ.ค.-ส.ค.นี้ ด้านราคาถ่านหิน คาดทรงตัวอยู่ในกรอบ 135-140 ดอลลาร์ต่อตัน ทั้งในไตรมาส 2 และภาพรวมทั้งปี
ในส่วนของความต้องการใช้ไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) คาดในไตรมาสที่ 2 ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น แต่ความต้องการใช้ไอน้ำอาจลดลงเล็กน้อยตามการเดินเครื่องของกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม
“ในไตรมาส 2 นี้ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความผันผวนของต้นทุนก๊าซธรรมชาติผ่านกลยุทธ์ EBITDA และการบริหารพอร์ตโฟลิโอให้ยืดหยุ่น เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่”
ด้านแผนกลยุทธ์และโอกาสในอนาคต คาดค่า FT ในงวดถัดไปคาดว่าจะอยู่ที่ 14.96 สตางค์ต่อหน่วย บริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการความผันผวนของราคาพลังงานโลก โดยเฉพาะราคา LNG ที่ส่งผลต่อราคา Pool Gas ซึ่งเป็นต้นทุนหลัก ซึ่งบริษัทได้เตรียมแผนรองรับความเสี่ยงผ่านกลยุทธ์สร้างความยืดหยุ่นให้กับพอร์ตโฟลิโอมีกลไกป้องกันความเสี่ยงผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและไอน้ำระยะยาวกับลูกค้าอุตสาหกรรม ซึ่งมีการรับประกันปริมาณการซื้อขั้นต่ำอยู่ที่ 75% เพื่อสร้างความมั่นคงด้านรายได้
พร้อมกับวางเป้าหมายการเติบโตผ่าน New S-Curve และมองห็นโอกาส เร่งขยายพอร์ตพลังงานสะอาดทั้งในและต่างประเทศ โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตรวม 13.7 กิกะวัตต์ ภายในปี 2573 และมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจ Data Center โดยตั้งเป้าในไทย 300 เมกะวัตต์ และในอินเดียอีก 300 เมกะวัตต์ ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า รวมถึงศึกษาเทคโนโลยีใหม่อย่าง SMR และพัฒนาธุรกิจผ่าน บริษัท เกทซ์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด (GETZ) เน้นงาน EPC และระบบทำความเย็น โดยตั้งเป้ามูลค่าโครงการ EPC กว่า 13,000 ล้านบาท ภายในปี 2573
ทั้งนี้ มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พร้อมจับโอกาสจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ ซึ่งคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center และพลังงานหมุนเวียนจะพุ่งสูงขึ้นถึง 35 กิกะวัตต์ในปี 2593 โดยตั้งเป้าที่จะครองส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มนี้ไม่น้อยกว่า 15% หรือประมาณ 5 กิกะวัตต์ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงระยะยาว
ผ่านแผนขยายธุรกิจไปสู่ 3 ด้านหลัก ได้แก่
1.การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานของประเทศตามแผน PDP ฉบับใหม่ โดยเฉพาะความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้น จากกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีความพร้อมทั้งในการต่ออายุสัญญาโรงไฟฟ้าเดิมเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบ และการลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ
2. การขยายพอร์ตพลังงานสะอาด ยังขยายฐานธุรกิจสู่ระดับสากลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย มุ่งสเกลอัพโครงการพลังงานสะอาดแบบครบวงจร โดยเฉพาะในอินเดียที่เน้นการผลิตไฟฟ้ารูปแบบ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างพลังงานแสงอาทิตย์ ลม และแบตเตอรี่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการพลังงานยั่งยืนในอนาคต
3.พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เดินหน้าเจรจาทำ Direct PPA กับลูกค้ารายใหญ่ และขยายธุรกิจ EPC รวมถึง Cooling Business เพื่อสร้างรายได้ที่หลากหลาย
“ร่างแผน PDP 2026 ไม่ได้เป็นเพียงแผนระดับประเทศ แต่คือจุดเริ่มของโอกาสรอบใหม่สำหรับเราในการนำสินทรัพย์ที่มีอยู่มาต่อยอดและจับคู่กับพันธมิตรใหม่ ๆ เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน”
ปัจจุบันสถานะการเงินแข็งแกร่ง มีเงินสดในมือแข็งแกร่งอยู่ที่ 21,400 ล้านบาท และมีสินทรัพย์รวม 269,800 ล้านบาท ด้วยการบริหารจัดการทางการเงินที่รัดกุม การลดต้นทุนทางเงินเหลือเพียง 3.1% และมีสัดส่วนหนี้สินอัตราดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ 61% และอัตราดอกเบี้ยลอยตัว 39% ช่วยปิดความเสี่ยงจากความผันผวนของดอกเบี้ยโลก





