วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2569

Login
Login

9 หุ้นโรงไฟฟ้ากอดคอร่วง GPSC นำกลุ่ม 4.69% รับแรงกดดันต้นทุนก๊าซพุ่ง

9 หุ้นโรงไฟฟ้ากอดคอร่วง  GPSC นำกลุ่ม 4.69% รับแรงกดดันต้นทุนก๊าซพุ่ง

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย วันที่ 23 มี.ค.2569 เวลา 10.00 น.หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวลง นำโดย 

หุ้น GPSC ร่วง 4.69% ลดลง 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 30.50 บาท 
หุ้น GUNKUL ร่วง 3.42% ลดลง 0.08 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.26 บาท 
หุ้น BCPG ร่วง 3.05% ลดลง 0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 6.35 บาท 
หุ้น BGRIM ร่วง 2.78% ลดลง 0.30 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 10.50 บาท
หุ้น EGCO ร่วง 2.71% ลดลง 3.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 107.50 บาท  
หุ้น GULF ร่วง 2.64% ลดลง 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 55.25 บาท 
หุ้น EA ร่วง 2.33% ลดลง 0.06 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.52 บาท 
หุ้น RATCH ร่วง 1.75% ลดลง 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 28.00 บาท 
หุ้น CKP ร่วง 0.90 % ลดลง 0.02 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.20 บาท

9 หุ้นโรงไฟฟ้ากอดคอร่วง  GPSC นำกลุ่ม 4.69% รับแรงกดดันต้นทุนก๊าซพุ่ง

กิจพัฒน วงษ์เมตตา ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์พื้นฐาน ฝ่ายวิจัย บล. บัวหลวง เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าในช่วงนี้ปรับตัวลดลง โดยมีแรงกดดันหลักจากราคาก๊าซธรรมชาติ (LNG) ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกัน แนวโน้มสภาพอากาศที่ร้อนกว่าปกติในปีนี้ ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และอาจทำให้ประเทศไทยต้องนำเข้า LNG มากขึ้นจากปีก่อน เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้า โดยคาดว่าราคาก๊าซจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่กระทบต่อผลประกอบการของผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าอยู่ที่ส่วนต่างระหว่างต้นทุนก๊าซและราคาขายไฟฟ้า หรือ Margin โดยในงวดปัจจุบันในเดือนเมษายน ค่าไฟยังถูกตรึงไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นการกำหนดล่วงหน้าทุก 4 เดือน ขณะที่งวดถัดไป แม้ต้นทุนก๊าซมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่คาดว่า ภาครัฐอาจยังไม่ปรับขึ้นค่าไฟมากนัก เนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงแรงกดดันจากประชาชน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมสูง ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรถูกบีบตัว  

นอกจากนี้ ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันในทุกกลุ่ม โดยกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ (IPP) เช่น GULF  EGCO และ RATCH  ได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดจากประเด็นต้นทุนก๊าซ

ขณะที่กลุ่มพลังงานทดแทน เช่น GUNKUL ไม่ได้รับผลกระทบจากราคาก๊าซ เนื่องจากไม่มีต้นทุนในส่วนดังกล่าว อีกทั้งยังมีโอกาสได้รับประโยชน์ หากค่าไฟมีการปรับขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมมีสูตรการคำนวณราคาขายไฟฟ้าที่อิงกับค่าไฟกลาง ในขณะที่ต้นทุนหลักเป็นค่าเสื่อมราคาที่คงที่

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับราคาแผงโซลาร์ที่อาจปรับตัวสูงขึ้น หลังประเทศจีนมีแนวโน้มปรับขึ้นภาษี ซึ่งอาจกระทบต่อโครงการใหม่ในอนาคต โดยเฉพาะบริษัทอย่าง GUNKUL และ GULF อย่างไรก็ตาม มองว่าโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในปัจจุบัน ได้มีการล็อคราคาและสเปคอุปกรณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น