วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

หุ้นน้องใหม่ UNIX บรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจร เปิดเทรดวันแรกเหนือจอง 13.23%

หุ้นน้องใหม่ UNIX เปิดซื้อขายวันแรกที่ราคา 2.12 บาท เพิ่มขึ้น 13.23% จากราคา IPO ที่ 1.89 บาทบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจร โดยมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยาวนานกว่า 30 ปี นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิจะเติบโตต่อเนื่องในช่วงปี 2569-2570 โดยมีปัจจัยหนุนจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) ที่เติบโตสูง ประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ไว้ที่ 3.00 บาท

KEY POINTS

  • หุ้นน้องใหม่ UNIX เปิดซื้อขายวันแรกที่ราคา 2.14 บาท เพิ่มขึ้น 13.23% จากราคา IPO ที่ 1.89 บาท
  • บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจร โดยมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยาวนานกว่า 30 ปี
  • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิจะเติบโตต่อเนื่องในช่วงปี 2569-2570 โดยมีปัจจัยหนุนจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) ที่เติบโตสูง
  • บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ ประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ไว้ที่ 3.00 บาท

ความเคลื่อนไหว "ตลาดหุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 1 เม.ย. 2569 เวลา 10.00 น. หุ้นน้องใหม่ UNIX หรือ บริษัท ยูนิศพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) เทรดวันแรกราคาอยู่ที่ 2.14 บาท เพิ่มขึ้น 13.23% จากราคา IPO ที่ 1.89 บาท
 

เอกรินทร์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท ยูนิศพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งภาคการผลิตและการจัดจำหน่าย ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตฟิล์มขั้นสูง กำลังการผลิตรวมมากกว่า 60,0000 ตันต่อปี

ทั้งนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 

1)ฟิล์มสำหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน 

2)ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุของหนัก 

3)ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมทั่วไป และ 

4)บรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค

ความน่าสนใจในการลงทุนเป็นผู้ผลิตฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจรที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี

ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ารายได้และกำไรของ UNIX จะเติบโตต่อเนื่องในช่วงปี 2569-2570 หลังผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรราคาเม็ดพลาสติกในปี 2568 โดยบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงกว่าบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นความสะดวกและการเติบโตของอาหารพร้อมทาน

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานและการเติบโต กำไรสุทธิในปี 2568-2570 ประเมินไว้ที่ 149.50 ล้านบาท 173.35 ล้านบาท และ 186.84 ลานบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตรอยละ 25.09, 15.95 และ 7.78 ตามลำดับ โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นมีปัจจัยหนุนจากรายได้จากการขายที่ขยายตัวควบคู่กับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้น จากประสิทธิภาพกระบวนการผลิตที่สูงขึ้น การลดของเสีย และผลประหยัดต่อขนาดภายใต้ระดับการใช้กำลังการผลิตที่มากกว่าร้อยละ 80 

ทั้งนี้ ในปี 2570 อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย จากภาระค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นภายหลังการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ในช่วงปลายปี 2569 โดยประเมินมูลราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 3.00 บาท