วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

จับตาศาลรัฐธรรมนูญ-สถานการณ์อิหร่านคลี่คลาย "กูรู" แนะทยอยเก็บหุ้นแบงก์ เก็งกำไร GULF

"กูรู" เผยตลาดหุ้นไทยกำลังจับตากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับพิจารณาคำร้องประเด็น "บาร์โค้ด" หรือไม่ ซึ่งหากไม่มีคำสั่งให้ ส.ส. หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะเป็นผลบวกต่อตลาด ด้านสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณคลี่คลายและลดความตึงเครียด รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับมาเปิดบางส่วน ซึ่งช่วยให้บรรยากาศการลงทุนผ่อนคลายลง แนะใช้จังหวะตลาดผันผวนทยอยสะสมหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เพื่อรับเงินปันผลในระยะยาว ส่วนหุ้น GULF น่าสนใจเก็งกำไรตามปัจจัยการเมืองที่กลับมาเป็นตัวแปรสำคัญของตลาด

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยกำลังจับตากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับพิจารณาคำร้องประเด็น "บาร์โค้ด" หรือไม่ ซึ่งหากไม่มีคำสั่งให้ ส.ส. หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะเป็นผลบวกต่อตลาด
  • สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณคลี่คลายและลดความตึงเครียด รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับมาเปิดบางส่วน ซึ่งช่วยให้บรรยากาศการลงทุนผ่อนคลายลง
  • ผู้เชี่ยวชาญแนะใช้จังหวะตลาดผันผวนทยอยสะสมหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เพื่อรับเงินปันผลในระยะยาว
  • หุ้น GULF ถูกมองว่าน่าสนใจสำหรับการเก็งกำไรตามปัจจัยการเมืองที่กลับมาเป็นตัวแปรสำคัญของตลาด

ตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นทางการเมืองภายในประเทศที่ยังต้องรอความชัดเจน รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก นักลงทุนจำนวนมากจึงจับตาพัฒนาการของทั้งสองปัจจัยอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดในระยะถัดไป
 

ประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ปัจจัยการเมืองยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจที่ต้องติดตามการโหวดเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค. นี้ และกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาเกี่ยวกับประเด็น “บาร์โค้ด” ซึ่งตลาดกำลังรอดูว่า ศาลจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่

ทั้งนี้ ความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนกังวลหากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องและมีคำสั่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว อาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากศาลไม่มีคำสั่งในลักษณะดังกล่าว ตลาดก็มีโอกาสตอบรับในเชิงบวกและเดินหน้ารอความชัดเจนของการเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณในเชิงบวกมากขึ้น โดยคาดว่าในช่วงสัปดาห์นี้อาจเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้น และมีแนวโน้มของการลดระดับความตึงเครียดซึ่งจะช่วยให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกผ่อนคลายลง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ สถานะของ "ช่องแคบฮอร์มุซ" เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ที่เริ่มมีสัญญาณว่าอาจ "แง้มเปิด" ให้มีการสัญจรบางส่วน แม้จะยังไม่เปิดเต็มรูปแบบ แต่ก็ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกเมื่อเทียบกับความเสี่ยงก่อนหน้านี้ที่กังวลว่าจะปิดเส้นทางเดินเรือ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะที่ตลาดผันผวนทยอยสะสมหุ้น โดยเน้นกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่แม้จะถูกแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติกดดันในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับการสะสมเพื่อรับเงินปันผลในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีหุ้นที่เหมาะสำหรับการเก็งกำไรตามปัจจัยการเมืองอย่าง GULF ซึ่งมองว่า มีความน่าสนใจในช่วงที่ปัจจัยทางการเมืองกลับมาเป็นตัวแปรสำคัญของตลาด และอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนในระยะนี้

"หากความเสี่ยงทางการเมืองไม่เกิดแรงกระแทกใหม่ และสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายมากขึ้น ก็มีโอกาสที่บรรยากาศการลงทุนจะค่อย ๆ ฟื้นตัว และเปิดจังหวะให้นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดีเพื่อรอการฟื้นตัวของตลาดในระยะถัดไป"