CPAXT ทุ่มงบประมาณ 1.34 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor ซึ่งเป็นผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมในประเทศมาเลเซียในสัดส่วน 100% การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเจาะตลาดลูกค้าระดับพรีเมียม และขยายเครือข่ายสาขาในมาเลเซีย เมื่อรวมกับโลตัสที่มีอยู่เดิม ทำให้มีสาขารวมกว่า 120 แห่งทั่วประเทศ
KEY POINTS
- CPAXT ทุ่มงบประมาณ 1.34 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor ซึ่งเป็นผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมในประเทศมาเลเซียในสัดส่วน 100%
- การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเจาะตลาดลูกค้าระดับพรีเมียม และขยายเครือข่ายสาขาในมาเลเซีย เมื่อรวมกับโลตัสที่มีอยู่เดิม ทำให้มีสาขารวมกว่า 120 แห่งทั่วประเทศ
- การลงทุนนี้เป็นการขยายธุรกิจสู่ตลาดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพ และเข้าถึงฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงในเขตเมืองและย่านรายได้สูงของมาเลเซีย
- ดีลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวของ CPAXT ในการขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและปูทางสู่การเป็นผู้นำธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกในภูมิภาค
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 Lotuss Stores (Malaysia) Sdn. Bhd.ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมร้อยละ 100 ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น (Share Sale and Purchase Agreement) เพื่อเข้าซื้อหุ้นสามัญจากผู้ถือหุ้นของกลุ่มบริษัท The Food Purveyor Sdn. Bhd.ซึ่งเป็นบริษัท ที่จัดตั้งในประเทศมาเลเซียและประกอบธุรกิจค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ Village Grocer B.I.G., BSC Fine Foods, OTK และ The Food Merchant ในสัดส่วนร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว โดยภายหลังการเข้าทำรายการ แล้วเสร็จ The Food Purveyor Sdn. Bhd. จะมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ
โดยรายการดังกล่าวเป็นการเข้าซื้อหุ้น 100% ของทุนจดทะเบียนของ The Food Purveyor Sdn. Bhd. คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนเท่ากับ 1,660.00 ล้านริงกิตมาเลเซีย เทียบเท่าประมาณ 13,483.0 ล้านบาท ซึ่งไม่กระทบสถานะทางการเงินของ CPAXT แต่อย่างใด โดยการขยายธุรกิจครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการขยายการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพสูง โดยบริษัทเชื่อว่าการเข้าลงทุนครั้งนี้จะส่งผลดีต่อธุรกิจ
ทั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการขยายธุรกิจค้าปลีกสู่ตลาดยุทธศาสตร์ อย่างประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีศักยภาพโดดเด่นทั้งด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของผู้บริโภค ขณะที่การขยายธุรกิจเพื่อครอบคลุมฐานลูกค้ากลุ่มพรีเมียม ผ่านเครือข่าย 50 สาขาของ The Food Purveyor และเมื่อรวมกับโลตัสในประเทศมาเลเซียอีก 70 สาขา ส่งผลให้ ซีพี แอ็กซ์ตร้ามีเครือข่ายรวมกว่า 120 สาขาทั่วประเทศ เพื่อสร้างฐานลูกค้าที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม รวมถึงการขยายธุรกิจสู่ทำเลศักยภาพ ในเขตเมืองและย่านรายได้สูง เสริมความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์และฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงได้รวดเร็ว
ขณะเดียวกันการผสานจุดแข็งและความเชี่ยวชาญ โดยโลตัสมีความแข็งแกร่งด้านธุรกิจค้าปลีกและการบริหารเครือข่ายซูเปอร์มาเก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต ขณะที่บริษัท The Food Purveyor เชี่ยวชาญด้านตลาดค้าปลีกพรีเมียม เสริมศักยภาพการเติบโตครอบคลุมทุกระดับกำลังซื้อ
ทั้งนี้ คาดว่าธุรกรรมดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2569 ภายหลังได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง การเข้าลงทุนในบริษัท The Food Purveyor ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค และต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำค้าส่ง-ค้าปลีกระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อกิจการในกลุ่มบริษัท The Food Purveyor Sdn. Bhd.จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจค้าปลีกในประเทศมาเลเซีย และสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทในการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค





