บล.เอเซีย พลัส เผย BYD ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Grab เพื่อจัดหารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้แก่เครือข่ายคนขับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งเป้าหมายในการส่งมอบรถ EV ให้กับคนขับของ Grab สูงสุดราว 50,000 คัน โครงการนี้จะครอบคลุม 6 ประเทศหลักในอาเซียน ได้แก่ ไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และเวียดนาม
KEY POINTS
- BYD ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Grab เพื่อจัดหารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้แก่เครือข่ายคนขับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ตั้งเป้าหมายในการส่งมอบรถ EV ให้กับคนขับของ Grab สูงสุดราว 50,000 คัน
- โครงการนี้จะครอบคลุม 6 ประเทศหลักในอาเซียน ได้แก่ ไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และเวียดนาม
- ความร่วมมือนี้ไม่ได้จำกัดแค่การขายรถ แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนด้านสินเชื่อ, การรับประกัน, และบริการหลังการขายเพื่อลดต้นทุนให้ผู้ขับขี่
- ดีลดังกล่าวถือเป็นประโยชน์ร่วมกัน โดย BYD ได้ขยายตลาดนอกประเทศจีน ส่วน Grab สามารถลดต้นทุนให้คนขับและส่งเสริมเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม
นลินรัตน์ กิตติกำพลรัตน์ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า BYD ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Grab เพื่อจัดหารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้แก่เครือข่ายคนขับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตั้งเป้าส่งมอบรถรวม สูงสุดราว 50,000 คัน ครอบคลุมหลายประเทศหลัก เช่น ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม ความร่วมมือดังกล่าวไม่ได้จำกัดเพียงการจำหน่ายรถเท่านั้น แต่รวมถึงการสนับสนุนด้านสินเชื่อ การรับประกันแบตเตอรี่ บริการหลังการขาย และโซลูชันเพื่อลดต้นทุนการใช้งานของผู้ขับขี่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ Grab ในการเปลี่ยนผ่านสู่แพลตฟอร์มการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
โดยภาพรวม ความร่วมมือ BYD–Grab ถือเป็นมุมมองเชิงบวกที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย โดยในฝั่ง BYD ดีลนี้ถือเป็นการเจาะตลาดกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์และการบริการเรียกรถยนต์ผ่านแพลตฟอร์มอย่างจริงจัง ซึ่งมีลักษณะเป็นคำสั่งซื้อขนาดใหญ่และมีความต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของยอดขาย EV นอกประเทศจีน และเร่งการขยายฐานผู้ใช้ในภูมิภาคได้
ขณะที่ในฝั่ง Grab ความร่วมมือกับ BYD ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงของคนขับในระยะยาว และเพิ่มแรงจูงใจในการดึงดูด–รักษาคนขับ (driver retention) ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนโครงสร้างที่สำคัญของธุรกิจ Ride-hailing นอกจากนี้ การเพิ่มสัดส่วนรถ EV ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้าน ESG และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในอนาคต





