โบรกชี้ ‘การเมือง-เศรษฐกิจ’ ฉุด ‘ดัชนีหุ้นไทย’ ถดถอย

โบรกชี้ ‘การเมือง-เศรษฐกิจ’ ฉุด ‘ดัชนีหุ้นไทย’ ถดถอย

“หุ้นไทย” วานนี้ปิดตลาดดิ่ง 15 จุด “บล.ลิเบอเรเตอร์” มองปัจจัยการเมืองในประเทศ “ร้อนแรง” นโยบายกำแพงภาษีทรัมป์ไม่ชัดเจน “บล.ทิสโก้” คาดเศรษฐกิจสหรัฐซบเซา -ความขัดแย้งการเมืองไทย สร้างความกังวลนักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง “บล.กสิกรไทย” ชี้กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์-ไฟฟ้า ฉุดดัชนีฯ 

ความเคลื่อนไหว “ดัชนีหุ้นไทย” วานนี้ (27 พ.ค.2568) ปิดตลาดอยู่ที่ 1,163.42 จุด ลดลง 15.01 จุด หรือ 1.27% โดยดัชนีฯ ผันผวนตลอดวัน ซึ่งระหว่างวันทำจุดสูงสุดที่ 1,176.34 จุด จุดต่ำสุดที่ 1,159.61 จุด มูลค่าซื้อขาย (วอลุ่ม) 34,829.96 ล้านบาท

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์ ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หุ้นไทยยังอยู่ในภาพการย่อตัว โดยเฉพาะระยะสั้นภาพของสัญญาณเป็นเหมือนกันทั่วโลก ปรับตัวย่อเพื่อรอดูปัจจัยหลักๆ ของสงครามการค้าว่าท้ายที่สุดแล้วจะออกมาในรูปแบบใด เนื่องจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” ยังมีท่าทีที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ทั่วโลกยังไม่ได้ภาพที่มีความชัดเจน ดังนั้น จึงเห็นสัญญาณเทขายในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง 

โบรกชี้ ‘การเมือง-เศรษฐกิจ’ ฉุด ‘ดัชนีหุ้นไทย’ ถดถอย

ขณะที่ สัญญาณในประเทศมีปัจจัยที่ฉุด 2 ด้านคือ ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศอาจจะอยู่ในโซนแผ่ว ๆ รวมถึงประเด็นเทรนด์การเมืองที่มีความร้อนแรงขึ้น ดังนั้น สัญญาณในบ้านยังมีโอกาสย่อปรับฐานอยู่ในขณะนี้บวกกับตัวปัจจัยเทคนิคที่เมื่อหลุดค่าเฉลี่ยระยะสั้น แนวรับสําคัญโซน 1,180 จุด ลงมา สัญญาณทบทวนการปรับฐานก็จะเกิดขึ้น ซึ่งนักลงทุนก็ค่อยๆ ปรับฐานหนีออกมาบ้าง จึงต้องรอดูปัจจัยในช่วงถัดไปที่เข้ามากระทบเพิ่มว่าท้ายสุดจะมีสัญญาณเชิงบวกเข้ามาพยุงได้หรือไหม และสัปดาห์นี้ยังเป็นโฟลว์ไหลออกจาก MSCI ซึ่งต่างชาติเทขายออกมาก่อน จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น ๆ

 

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวานนี้ ร่วงกว่า 15 จุด แรงกดดันยังคงมาจากสภาพเศรษฐกิจซบเซา และภาพรวมการเจรจาการค้าสหรัฐฯ ที่ไม่ชัดเชน หลังจาก “ทรัมป์” กลับลำไป-มาเรื่องมาตรการภาษีต่อสหภาพยุโรป (EU) ทำให้มุมมองต่อความพยายามเจรจาการค้าของไทยที่มีอำนาจต่อรองน้อยกว่า EU อาจสำเร็จยากขึ้น และความขัดแย้งการเมืองในประเทศของไทยก็สร้างความกังวลให้แก่นักลงทุนเพิ่มเติมด้วย

สำหรับแนวโน้มวันนี้ (28 พ.ค.) ติดตามการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 รวมถึงประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้แนวต้าน 1,180 จุด และแนวรับ 1,160-1,150 จุด

นายศุภ​เศรษฐ์​ สิทธิ​ตัน นักกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า หุ้นไทยวานนี้ปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไรกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์หลังจากที่ปรับตัวขึ้นในวันที่ผ่านจากแรงหนุนของตัวเลขส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) เดือนเม.ย. โดยรวมออกมา 1.78 แสนล้านบาท ปรับตัวขึ้น 34% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แต่อ่อนตัวลง 16% จากเดือนก่อนหน้า จากการ Restock สินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีการค้า แม้ยอดส่งออกมีแนวโน้มยังคงเติบโตในไตรมาส 2 ปี 2568 แต่จะถูกกดดันด้วยการแข็งค่าของเงินบาทส่งผลลบอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ ขณะที่ครึ่งหลังปี 2568 คาดอาจเห็นการชะลอตัวลงของคำสั่งซื้อหลังจากการสะสมสต๊อกสินค้าในระดับสูง

ทั้งนี้หุ้นในกลุ่มพลังงานได้มีการปรับตัวลดลงหนุนการปรับตัวลงของ SET Index โดยเฉพาะกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP มีการปรับตัวลดลงแรงหลังจากที่ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยว่า ค่าไฟฟ้าในช่วงปลายปี 2568 แนวโน้มลดลงจากระดับปัจจุบันที่ 3.98 บาทต่อหน่วย เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงลดลงและเงินบาทแข็งค่า โดยตั้งเป้าให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าสำหรับประชาชนให้ต่ำกว่าระดับปัจจุบัน