โบรกชี้ ‘ดีมานด์จีน’ ยังไม่ฟื้น ดัน ‘น้ำมัน’ พุ่งยาก ‘รัสเซีย-ยูเครน’ หนุนสั้น

โบรกชี้ ‘ดีมานด์จีน’ ยังไม่ฟื้น ดัน ‘น้ำมัน’ พุ่งยาก ‘รัสเซีย-ยูเครน’ หนุนสั้น

โบรกชี้ ‘ดีมานด์จีน’ ยังไม่ฟื้น ดัน ‘น้ำมัน’ พุ่งยาก ‘รัสเซีย-ยูเครน’ หนุนสั้น ลุ้น “ทรัมป์” รับตำแหน่งปีหน้า หวังจบสงครามรัสเซีย-ยูเครนให้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่าง “รัสเซีย-ยูเครน” ส่อเค้าจะกลับมาปะทุอีกครั้ง !! หลังจากที่ยูเครนได้มีการโจมตีคลังอาวุธรัสเซียโดยใช้ขีปนาวุธของสหรัฐ หลังจากการได้รับอนุมัติจากรัฐบาล “โจ ไบเดน” ทำให้ประเด็นดังกล่วยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ดีดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทว่าเหล่า “กูรู” มองเป็นเพียงการปรับขึ้นระยะสั้นเท่านั้น โดยสาเหตุหลักมาจาก “ประเทศจีน” ที่มีการใช้น้ำมันดิบ “ลดดลง” อย่างเห็นได้ชัด

“กรภัทร วรเชษฐ์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า โดยภาพรวมของ “สงคราม” ที่ประทุขึ้นมาอีกครั้ง ยังคงต้องติดตาม แต่ทว่า “โจ ไบเดน” กำลังจะหมดวาระไป ดังนั้น ประเทศอิสราเอลยังคงต้องประเมินเช่นกัน ว่า “ความตึงเครียด” ที่จะมีความเร่งขึ้นกับแนวโน้มการเปลี่ยนทิศของ “ผู้นำคนใหม่” จะยังคงได้รับการสนับสนุนหรือไม่ ดังนั้นโดยภาพรวมตลาดยังคงประเมินไปในทิศทางกลาง ๆ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นมา แต่ยังคงไม่ได้ดีดขึ้นมาแรงมองแค่ภาพระยะสั้นเท่านั้นในการปรับขึ้น

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าดีมานด์ของน้ำมันมีการชะลอตัวลงมาเรื่อย ๆ แต่จุดหลักของน้ำมันจริง ๆ จะอยู่ในวันที่ 1 ธ.ค.2567 ว่า “โอเปกพลัส” จะมีนโยบายต่อไปอย่างไร โดยจะตัดสินใจ “ตรึงกำลังการผลิต” หรืออาจจะเป็นไปตามแนวทางที่ประเทศซาอุดิอาเบียได้พูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า อยากจะขยายกำลังการผลิตเพิ่ม 

“ดังนั้น หุ้นโรงกลั่น SPRC ที่น่าสนใจ เนื่องจากในระยะสั้นจีนมีการปรับนโยบายภาษีใหม่ ดังนั้นซัพพลายน้ำมันสำเร็จรูปของจีนที่ออกมาสู่ตลาดโลกจะน้อยลง ขณะที่ BCP ก็มีความน่าสนใจเช่นกัน”

“อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล” ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล. ทิสโก้ จำกัด ให้ข้อมูลเสริมต่อไปว่า สถานการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนมีความน่าเป็นห่วงมากขึ้น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไป โดยความกังวลจากสถานการณ์ดังกล่าวมาจาก “ไบเดน” ที่ได้มีการบอกให้ยูเครนสามารถยิงขีปนาวุธไปในรัสเซียได้ แต่ทว่า “ไบเดน” เองก็จะหมดอำนาจแล้ว โดยสิ่งสำคัญหลังจากนี้คือ “โดนัลด์ ทรัมป์” มากกว่าว่า สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนจะเป็นเช่นไร เนื่องจาก “ทรัมป์” เคยพูดไว้ว่าจะจบสงครามรัสเซีย-ยูเครนให้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง จึงยังต้องมารอลุ้นกันอีกทีเมื่อ “ทรัมป์” เข้ามารับตำแหน่งว่าจะทำได้หรือไม่

โดย “ไบเดน” จะใกล้หมดตำแหน่งแล้ว แม้ยังสั่งให้ยูเครนยิงขีปนาวุธเขามาในรัสเซีย แต่คนที่จะตัดสินใจได้ดีมากกว่าน่าจะเป็นประธานาธิบดีคนใหม่มากกว่า นั่นคือ “ทรัมป์”

อย่างไรก็ดี ในส่วนของน้ำมัน และโรงกลั่นไตรมาส 4 ปี 2567 น่าจะเริ่มกลับมาดีขึ้น เนื่องจากว่ามีการใช้มากขึ้นเพราะเป็นช่วง “ไฮซีซัน” ประกอบกับงบไตรมาส 3 ปี 2567 ที่ออกมา มีการด้อยค่าสินทรัพย์ค่อนข้างเยอะ โดยหุ้นที่ดูมีความน่าสนใจจะเป็นหุ้น SPRC แนะนำเป็น “ถือ”

“วิจิตร อารยะพิศิษฐ” นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ล่าสุดรัฐมนตรีต่างประเทศของฝั่งรัสเซียพยายามที่จะไม่ให้เกิดความ “รุนแรง” ยิ่งขึ้น แต่ยังคงต้องติดตามและคาดว่ายังไม่มีวันจบลง แต่เป็นการเข้ามาเป็นระลอก ๆ

โดยในช่วงไตรมาส 4 ปี 2567 จะเป็นช่วงไฮซีซันที่มีการใช้น้ำมันจำนวนมาก แต่ในภาพของ “เศรษฐกิจ” กลับตรงกันข้าม ซึ่งผู้ที่ใช้น้ำมันมาก ๆ จะเป็นประเทศจีน แต่เริ่มมีสัญญาณดีมานด์ที่แผ่วลงมา 

ขณะที่โอเปกล่าสุดทั้งปีนี้และและปี 2568 มีการปรับลดอุปสงค์ของตัวน้ำมัน โดยมองโกลบอลเทรนด์น้ำมันยังคงไม่ได้มีความแข็งแรงมากนัก เพราะหากดูที่ประเทศมหาอำนาจก็ไม่ได้มีการใช้ที่ร้อนแรง ดังนั้นจะเห็นน้ำมันยังคงไม่ได้ไปไกลมาก ยังอยู่ในกรอบ แม้จะเป็นช่วงไฮซีซันก็ตาม ขณะที่หากดูที่ฝั่งของน้ำมันดิบเบรนท์ยังอยู่ในโซน 70-80 ดอลลาร์ต่อบาเร์เรล

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทรัมป์มา ส่งผลกระทบต่อจีนค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงมองว่าเศรษฐกิจประเทศจีนอาจจะ “ดาวน์ลง” ส่งผลให้คอมมูนิตี้ปรับลดลงมาได้เช่นกัน

ขณะที่ กลุ่มน้ำมันเทรนด์ของผลประกอบการ “แย่สุด” ผ่านไปแล้วในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567 แต่ทว่าสัญญาณของ “กลุ่มพลังงาน” และ “ปิโตรเคมี” น่าจะลุ้นให้ฟื้นคืนกลับขึ้นมาได้ ดูจากราคาน้ำมันยังไม่ได้แย่ลงไปมาก บวกกับเป็นช่วงไฮซีซันที่มีการใช้น้ำมันค่อนข้างมาก โดยเห็นสัญญาณของโรงกลั่นปรับขึ้นมาเล็กน้อย ภาพปิโตรเคมีเริ่มดีขึ้นเช่นกัน โดยมองเทรนด์ “กำไรน่าจะฟื้นได้” ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2567 ขณะที่ Valuation กลุ่มดังกล่าวค่อนข้างต่ำ แต่ยังคงเป็นแค่ “การเก็งกำไร” เท่าน้้น

“หุ้นปิโตรเคมีอย่างหุ้น IVL ที่น่าสนใจ ส่วนหุ้น BCP เป็นหุ้นโรงกลั่นที่มีทั้งต้นน้ำ เป็นตัวหนึ่งที่น่าสนใจ ส่วนหุ้น TOP ยังคงมีแรงกดดันเฉพาะตัวอยู่”