วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นสหรัฐ 'ปิดลบ' ก่อนวันขอบคุณพระเจ้า

หุ้นสหรัฐลดลงก่อนวันขอบคุณพระเจ้าหนึ่งวัน ขณะหุ้น Nvidia และ Dell ร่วงแรง เงินเฟ้อ PCE ต.ค.ตามคาด เชื่อเฟดลดดอกเบี้ยต่อ

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า หุ้นวอลล์สตรีท ร่วงลงในวันพุธ หรือเมื่อคืนที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นบางส่วนเพื่อทำกำไร หลังจากที่หุ้นปรับตัวขึ้นสูงมาก ในเดือนพฤศจิกายน ในขณะที่รายงานเงินเฟ้อ PCE ที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จับตาดูเพิ่มขึ้น 2.3 % ตามที่ตลาดคาด นักวิเคราะห์เชื่อหนุนเฟดลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง

ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.38% ปิดที่ 5,998.74 จุด หยุดสถิติการขึ้นติดต่อกัน 7 วัน ดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 0.6% ปิดที่ 19,060.48 จุด ส่วนดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลง 138.25 จุด หรือ 0.31% ปิดที่ 44,722.06 จุด โดยพลิกกลับทิศทางหลังจากซื้อขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 140 จุดในช่วงสูงสุดก่อนวันขอบคุณพระเจ้า

นักลงทุนดูเหมือนจะเทขายทำกำไรในหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ทำผลงานได้ดีในปีนี้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจอธิบายได้ว่า ทำไม Nasdaq ถึงลดลง หุ้นบริษัทผู้ผลิตชิปเอไอ Nvidia ซึ่งพุ่งขึ้นมากกว่า 173% ในปีนี้ ร่วงลงมากกว่า 1% หุ้น บริษัทแม่เฟซบุ๊ก Meta Platforms  ลดลง 0.8% หลังราคาพุ่งขึ้นราว 60% ในปีนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น Dell และ HP ร่วงลงมากกว่า 12% และ 11% ตามลำดับ หลังจากแจ้งแนวโน้มกำไรที่อ่อนแอ สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์การซื้อขายที่สั้นลงในสหรัฐ โดยตลาด จะปิดทำการในช่วงวันขอบคุณพระเจ้าในวันพฤหัสบดี และเตรียมปิดตลาดเร็วขึ้นในวันศุกร์ ปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กลดลงประมาณหนึ่งในห้าจากวันปกติ

อย่างไรก็ตาม สัปดาห์นี้ยังคงเป็นสัปดาห์ที่น่าจับตามอง เนื่องจากดัชนี Dow Jones และ S&P 500 พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุด เป็นประวัติการณ์ โดยขณะนี้ดัชนี Dow Jones กำลังจะปิดสัปดาห์ ด้วยดัชนีที่สูงขึ้นประมาณ 1% ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite เพิ่มขึ้นประมาณ 0.5% และ 0.3% ตามลำดับในสัปดาห์นี้ สำหรับการซื้อขายในเดือนพฤศจิกายน หุ้นได้พุ่งขึ้นแรงหลังการเลือกตั้งจากชัยชนะของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ การเทรดเดือนนี้จะสิ้นสุดลงในสัปดาห์นี้เช่นกัน ดัชนี ดาวโจนส์พุ่งขึ้นมากกว่า 7% ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งถือ เป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนสูงสุดในปีนี้ โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ต่างก็พุ่งขึ้นมากกว่า 5%

  •  คาดเฟดลดดอกเบี้ยต่อ หลังระดับเงินเฟ้อ PCE ตามคาด

 การเคลื่อนไหวของตลาดในวันพุธ เกิดขึ้นหลังจากการเผยแพร่เงินเฟ้อ ดัชนีราคารายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล หรือ PCE ของเดือนตุลาคม ที่เผยแพร่เมื่อเช้าวันพุธ โดยดัชนี เงินเฟ้อ PCE ที่ธนาคารกลางสหรัฐให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนตุลาคมจากเดือนก่อนหน้า และ 2.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ทำการสำรวจโดยดาวโจนส์ หากไม่นับรวม หมวดอาหาร และพลังงาน ดัชนีพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบเป็นรายเดือนและ 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งยังสอดคล้องกับการคาดการณ์โดยทั่วไป 

“ข้อมูลในวันนี้ไม่ควรเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มการชะลอลงของอัตราเงินเฟ้อ แม้ว่าจะดูไม่ราบรื่นบ้างก็ตาม    แต่ผู้สังเกตการณ์จำนวนมาก รวมถึงบางคนที่เฟด กำลังมอง หาเหตุผลที่จะใช้นโยบายที่เข้มงวดมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ทำให้เงินเฟ้อสูง ขึ้น เช่น การขึ้นภาษีศุลกากรใหม่”  เดวิด อัลคาลี หัวหน้านักกลยุทธ์เศรษฐกิจมหภาคจากบริษัทหลัก ทรัพย์จัดการกองทุน Lazard Asset Management กล่าว

ด้านสก็อตต์ เฮล์ฟสเตน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน Global X กล่าวว่าข้อมูล เงินเฟ้อของวันพุธซึ่งสอดคล้องกับที่คาดการณ์ไว้ถือเป็นการ อัปเดตก่อนวันหยุดของธนาคารกลางสหรัฐที่น่ายินดี

 “นี่เป็นของขวัญวันแบล็กฟรายเดย์ที่ดีสำหรับเฟด” เขากล่าว “พวกเขาสามารถกินไก่งวง และดูฟุตบอลได้ทั้งวันโดยรู้ว่า พวกเขาใกล้จะถึงเป้าหมายการจ้างงานเต็มที่ และเสถียรภาพ ด้านราคา” เฮล์ฟสเตน กล่าวและว่า ตัวเลขดังกล่าว “ใกล้เคียง” กับเป้าหมาย ของเฟดมาก นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่าตัวเลขดังกล่าวไม่น่า จะเปลี่ยนแนวโน้มของการลดอัตราดอกเบี้ย มีโอกาสที่เฟด จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์