ตลท.สั่ง CMO ชี้แจงค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของบริษัท มูลค่า 25.55 ล้านบาท ภายใน 27 ก.พ.2567 หลังผลตรวจสอบ Special Audit พบเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ของบริษัท
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ CMO หรือ บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงแนวทางการปรับปรุงระบบควบคุมภายใน กรณีผลการตรวจสอบ Special Audit ตามคำสั่งการของสำนักงาน ก.ล.ต. สรุปได้ว่าบริษัทมีการจ่ายเงินค่าที่ปรึกษาที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการปฏิบัติงานร่วมกันกับบริษัท และมีการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของบริษัท มูลค่าความเสียหายรวม 25.55 ล้านบาท
โดยความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารของบริษัท และบริษัทที่ปรึกษา อาจสื่อถึงความไม่รัดกุมในการบริหารจัดการอันเป็นเหตุให้บริษัทเกิดความเสียหายทางการเงินได้รวมถึงอาจสื่อได้ว่าอดีตผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากค่าใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสมของกลุ่มบริษัท
ทั้งนี้ ให้ชี้แจงข้อมูลผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 และขอให้ผู้ลงทุนศึกษารายงานตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ และติดตามคำชี้แจงของบริษัท
ข้อมูลสรุปผลรายงานผลการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit)
1. การจัดจ้าง และจ่ายเงินให้กับบริษัทที่ปรึกษาโดยที่ไม่ได้รับบริการจริง มูลค่าความเสียหาย 19.8 ล้านบาท
ผลการตรวจสอบ
- การคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาอาจมิได้มีความชัดเจนรัดกุมเพียงพอคณะกรรมการบริหารว่าจ้าง และคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษา 4 ราย โดยไม่มีการพิจารณาเปรียบเทียบที่ปรึกษาที่บริษัทจัดจ้างกับคู่ค้ารายอื่น
- บริษัทไม่มีหลักฐานอื่นเพิ่มเติมจากรายงานของบริษัทที่ปรึกษา 3 ราย (จากจำนวน 4 รายดังกล่าวข้างต้น) ที่สามารถใช้อ้างอิงหรือพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่ามีการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างบริษัท และบริษัทที่ปรึกษา
- พบความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารของบริษัท (ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและอดีตผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร) กับบริษัทที่ปรึกษาอาจสื่อถึงความไม่รัดกุมในการบริหารจัดการ อันเป็นเหตุให้บริษัทเกิดความเสียหายทางการเงินได้
2. ค่าใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสมของกลุ่มบริษัท มูลค่าความเสียหาย 5.75 ล้านบาท
ผลการตรวจสอบ
- กลุ่มบริษัทไม่ได้รับบริการจากคู่ค้า แต่ได้มีการจ่ายค่าใช้จ่ายออกไปจากกลุ่มบริษัทผ่านการจัดจ้างแบบไม่มีสัญญา และการเบิกเงินทดรองจ่ายของพนักงาน
- บริษัทและบุคคลผู้รับจ้างมีความเกี่ยวข้องกับอดีตผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารซึ่งอาจสื่อได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากค่าใช้จ่ายไม่เหมาะสมเหล่านี้
โดยกลุ่มบริษัทยังมีจุดอ่อนในระบบการควบคุมภายในที่ควรพิจารณาปรับปรุง ประกอบด้วย
1) ขาดกระบวนการที่ชัดเจน และรัดกุมเพียงพอในการคัดเลือกผู้ค้า ผู้ให้บริการและบริษัทที่ปรึกษา
2) ขาดกระบวนการในการติดตามผลการปฏิบัติงานของคู่ค้า ผู้ให้บริการและบริษัทที่ปรึกษา
3) ขาดกระบวนการพิจารณาผลการปฏิบัติงานของกลุ่มบริษัท และการตัดสินใจร่วมโดยคณะกรรมการบริหารของบริษัท
โดยประเด็นที่ขอให้บริษัทชี้แจง แนวทางปรับปรุงระบบความคุมภายใน กำหนดเวลาที่คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จความเห็นของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการตรวจสอบต่อแนวทางการปรับปรุงระบบควบคุมภายในดังกล่าว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





