“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (10 พ.ย. 66) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,389.57 จุด ลบ 15.40 จุด หรือ 1.10% โบรกชี้ดัชนีฯ ปรับตัวลดลงจากแรงกดดันจากเฟดจ่อขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องและความไม่ชัดเจนเรื่องเครื่องมือในการใช้เงินดิจิทัล 10,000 บาท คาดวันจันทร์เเกว่ง 1,390 - 1,500 จุด
ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาด “หุ้นไทยวันนี้” วันนี้ (10 พ.ย.) ปิดตลาดอยู่ที่ 1,389.57 จุด ลบ 15.40 จุด หรือ 1.10% โดย ดัชนีตลาดหุ้นไทย ผันผวนในทิศทางปรับตัวลดลงเกือบทั้งวัน ซึ่งทำจุดต่ำสุดวันนี้อยู่ที่ 1,387.41 จุด และสูงสุดอยู่ที่ 1,406.08 จุด มูลค่าซื้อขาย 49,743.19 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่
- JMT มูลค่า 3,112.27 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 27.00 บาท ลดลง 5.75 บาท หรือ 17.56%
- CPALL มูลค่า 2,348.12 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 55.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.36%
- DELTA มูลค่า 1,504.50 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 77.75 บาท ลดลง 5.75 บาท หรือ 6.89%
- AOT มูลค่า 1,461.98 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 67.50 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 2.17%
- KBANK มูลค่า 1,378.68 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 131.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า วันนี้ดัชนีฯ ปรับตัวผันผวนในทิศทางปรับตัวลดลงทั้งวันเนื่องจากตลาดได้รับแรงกดดันจากถ้อยแถลงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ยังจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องหากมีความจำเป็น
ดังนั้นจึงทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ปรับตัวขึ้นมาเล็กน้อยและกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก
ประกอบกับนักลงทุนยังมีความกังวลนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล 10,000 บาทของรัฐบาลเนื่องจากถึงแม้ว่าจะมีความชัดเจนเรื่องกลุ่มคนทว่ายังไม่ทราบว่าจะแจกด้วยวิธีการไหน
อย่างไรก็ตาม นายกิจพณ ยังมองว่าตลาดหุ้นยังอยู่ในทิศทางขาขึ้นเนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณเงินเฟ้อชะลอตัวและบอนด์ยีลด์ก็อยู่ในทิศทางขาลง ดังนั้นประเมินวันจันทร์ (13 พ.ย.) ดัชนีฯ แกว่งในกรอบ 1,390 - 1,500 จุด โดยแนะเก็บ PTT TU OR ESSO และ BDMS





