หุ้นไทยวันนี้ 1 พ.ย.66 แกว่งตัว 1,370 - 1,390 จุด ชะลอซื้อขายติดตามประชุมเฟด

หุ้นไทยวันนี้ 1 พ.ย.66 แกว่งตัว 1,370 - 1,390 จุด ชะลอซื้อขายติดตามประชุมเฟด

หุ้นไทยวันนี้ 1 พ.ย.66 แกว่งตัว 1,370 - 1,390 จุด ชะลอซื้อขายเพื่อติดตามการประชุมเฟด คาด คงดอกเบี้ย 5.25-5.50% และจับสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในอนาคตจะกดดันให้ดัชนีผันผวน ด้าน ราคาน้ำมันดิบทรุดตัวลง หลังกลุ่มโอเปกผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น เป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน

หุ้นไทยวันนี้ 1 พ.ย.66 นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ประเมิน SET แกว่งตัว 1,370 - 1,390 จุด แม้จะได้ sentiment บวกสถานการณ์สงครามในตะวันออกลางผ่อนคลายลงหลังกลุ่มฮามาสเตรียมปล่อยตัวประกันต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงหลังกลุ่มโอเปกผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น เป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน นอกจากนี้การชะลอการซื้อขายเพื่อติดตามการประชุม FOMC คาดคงดอกเบี้ย 5.25-5.50% และจับสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในอนาคตจะกดดันให้ดัชนีผันผวน

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ :

  • GPSC BGRIM GULF TASCO SCGP อานิสงส์ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง
  • กลุ่มคาดงบ 3Q23F เติบโต BDMS BH BCH CHG BTS BEM SAPPE ICHI
  • OSP CBG AMATA TOP SPRC CENTEL AOT

ดัชนี SET INDEX ณ 31 ต.ค.66

ประเด็นสำคัญวันนี้ที่ต้องติดตาม :

(+) ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยเกินดุลเป็นเดือนที่ 2 และเร่งตัวขึ้นจากเดือน ส.ค.: ธปท. รายงานตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ก.ย. มียอดเกินดุล 3.4 พันล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้นจากเดือน ส.ค.ที่เกินดุล 400 ล้านเหรียญฯ นับเป็นการเกินดุล 2 เดือนติดต่อกัน ส่วนใหญ่เป็นการเกินดุลการค้า 3.8 พันล้านเหรียญฯ ชดเชยดุลบริการและเงินโอนที่ขาดดุล 400 ล้านเหรียญ เรามีมุมมองบวกกับ ประเด็นนี้คาดหวังจะเห็น Fund flow ต่างชาติทยอยไหลเข้าตามดุลบัญชี เดินสะพัดที่เป็นบวกมากขึ้น

(-) ดัชนี PMI ภาคการผลิตจีนเดือน ต.ค.ปรับตัวลงสวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะยืนเหนือระดับ 50: วานนี้จีนรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ต.ค.ลดลงสู่ ระดับ 49.5 จาก 50.2 ในเดือน ก.ย. ต่ำกว่าที่ Consensus คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 50.2 ดัชนีที่ลดลงและต่ำกว่า 50 สะท้อนการผลิตจีนหดตัวเป็นลบต่อ Sentiment การลงทุนของหุ้นในกกลุ่ม China play อาทิ กลุ่มปิโตรฯ และวัสดุก่อสร้าง

(+/-) คืนนี้ติดตาม FED Meeting คาดคงดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.5% ตามเดิม: สะท้อนจาก FED Watch tool นักลงทุนให้น้ำหนัก 97% คาดเฟดคง อัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.2-5.5% โดยมีเพียง 3% เท่านั้นที่คาดว่าเฟดจะขึ้น ดอกเบี้ยเป็น 5.5-5.75% อย่างไรก็ตามต้องติดตามถ้อยแถลงของ นายเจอโรมพาวเวล ประธานเฟดจะส่งสัญญาณการดำเนินโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปี นี้และปีหน้าอย่างไร