“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (5 ม.ค. 2569) ปิดบวก 20.38 จุด January Effect ส่งตลาดหุ้นบวกทั้งเอเชีย

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (5 ม.ค. 2569) ปิดบวก 20.38 จุด January Effect ส่งตลาดหุ้นบวกทั้งเอเชีย

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (5 ม.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,280.05 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.38 จุด นักวิเคราะห์ชี้ว่าได้รับปัจจัยบวกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดาต้าเซ็นเตอร์ ย้ำจับตาความขัดแย้งสหรัฐ-เวเน อาจกระทบราคาน้ำมัน

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (5 ม.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,280.05 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.38 จุด โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,287.47 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,269.69 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 45,727.04 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่:

  1. DELTA ราคาปิด 185.50 บาท เพิ่มขึ้น 12.50 บาท หรือ 7.23% มูลค่าซื้อขาย 5,918.41 ล้านบาท
     
  2. ADVANC ราคาปิด 321.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท หรือ 2.56% มูลค่าซื้อขาย 2,636.54 ล้านบาท
     
  3. SCB ราคาปิด 142.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 2.16% มูลค่าซื้อขาย 2,359.88 ล้านบาท
     
  4. TRUE ราคาปิด 11.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 3.67% มูลค่าซื้อขาย 2,298.41 ล้านบาท
     
  5. KTB ราคาปิด 28.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.77% มูลค่าซื้อขาย 1,847.68 ล้านบาท

วทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในวันนี้ภาพรวมดัชนีแกว่งตัวในทางบวก สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวันปรับขึ้นตาม โดยปัจจัยหลักยังมาจากการเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและด้าต้าเซ็นเตอร์ 

สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับการการปะทะกันระหว่างสหรัฐกับเวเนซุเอลา พบว่าตลาดไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากการปะทะครั้งนี้ไม่ยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งที่ต้องจับตานั่นคือราคาน้ำมันโลกที่อาจลดลง จากปริมาณน้ำมันในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้น หากสหรัฐเข้าไปควบคุมการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลาด้วยตัวเอง

ในขณะที่วันพรุ่งนี้ (6 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเเกว่งตัวไซด์เวย์ อยู่ในกรอบแนวรับ 1,270 จุด และแนวต้าน 1,290 จุด จากการปรับขึ้นมาแรงในวันนี้ทำให้ดัชนีมีแนวโน้มพักตัว 

ด้านกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนควรเน้นลงทุนให้หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันอย่าง TASCO ซึ่งอาจได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ถูกลง หุ้นค้าปลีกอย่าง CPALL จากแนวโน้มการเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้น รวมถึงกลุ่มนิคมอย่าง AMATA