SuperGoldenWeek จีน หุ้นขานรับนอกจากท่องเที่ยว

SuperGoldenWeek จีน  หุ้นขานรับนอกจากท่องเที่ยว

เทศกาลท่องเที่ยวชาวจีนเกิดขึ้นแล้วถือว่าเป็นที่เฝ้าตั้งตารอสำหรับคนจีนที่มีจำนวนประชาชนมากถึง 1,400 ล้านคน ได้หยุดยาว และเดินทางออกท่องเที่ยว ซึ่งเป็นความหวังด้านการท่องเที่ยวในปีนี้ของไทยเช่นกันในฐานะจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของคนจีน

      อ้างอิงผลสำรวจจากนัก เสิร์ชเอนจินชาวจีนผ่าน  Airbnb (แอร์บีเอ็นบี) ระหว่างวันที่ 26 - 27 ธ.ค.2565 ที่ผ่านมา  (1 วัน หลังจากรัฐบาลจีนได้ประกาศยกเลิกมาตรการกักตัวผู้เดินทางเข้าประเทศ)

      ชาวจีนเสิร์ชดูข้อมูลไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนต้องการมาเยือน โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา ติดอันดับนักท่องเที่ยวจีนค้นหามากที่สุดบน Airbnb

       โดยเป็นการชนะประเทศอันดับ 2.สหรัฐ  อันดับ 3.อังกฤษ  อันดับ 4.ญี่ปุ่น และอันดับ 5.ออสเตรเลีย   ซึ่งช่วง วันหยุดยาวปี 2566 หรือ SuperGoldenWeek ของคนจีน (รวมวันไหว้พระจันทร์และวันชาติ)  มีจำนวน 8 วัน มีการคาดการณ์เดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

       จากทางการจีนคาดว่าจะมีผู้คนเดินทางด้วยเครื่องบินมากกว่า 21 ล้านคน ภายในระยะเวลา 8 วันของวันหยุดตลอดทั้งสัปดาห์หรือโกลเด้นวีค ซึ่งจำนวนดังกล่าวมากเกือบเท่ากับประชากรออสเตรเลียทั้งประเทศ

           ผู้เดินทาง และใช้การเดินทางทางอากาศจะมีเที่ยวบินเฉพาะในประเทศประมาณ 14,000 เที่ยวบิน   จากการเร่งจองตั๋วเที่ยวบินเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในบางเส้นทางยอดนิยม จากราคาตั๋วชั้นประหยัดของสายการบินแอร์ไชน่า (Air China) เป็นต้น   การเดินทางท่องเที่ยว  "ฟอร์เวิร์ดคีย์ส " (ForwardKeys) พบว่า วันหยุด 8 วัน ยังช่วยให้ชาวจีนสามารถท่องเที่ยวได้นานขึ้น โดยผู้เดินทาง 37% วางแผนจะอยู่ที่จุดหมายปลายทางเป็นเวลา 6-8 คืน ซึ่งเพิ่มขึ้น 3% จากปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

          ส่วนจำนวนการเดินทางไปต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยได้แรงหนุนหลังจากที่รัฐบาลจีนยกเลิกคำสั่งห้ามไม่ให้กรุ๊ปทัวร์เดินทางไปต่างประเทศ นอกจากนี้ นโยบายการเปิดประเทศที่เอื้อต่อการท่องเที่ยวในหลายๆ ประเทศ เช่น ไทย ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนการเดินทางของจีนเช่นกัน

         ด้านท่องเที่ยวไทย  8 เดือนแรก ปี 2566  (1 ม.ค. - 31 ส.ค.) รวม 17 ล้านคน ซึ่งคนจีนเดินทางมาไทนเป็นอันดับ 2 รองจากมาเลเซีย ที่ 2.2 ล้านคน ยังเหลือเวลา 4 เดือน  มาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (VISA Exemption) เพื่อการท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวจีน และคาซัคสถาน

        โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.2566 - 29 ก.พ.2567 หนุนการท่องเที่ยวได้ดี เพราะตามเป้าหมายปี 2566 คาดนักท่องเที่ยวจีนมาไทยที่  4.01 - 4.4 ล้านคน ในปี 2566 และผลักดันรายได้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนสู่เป้าหมาย 257,500 ล้านบาท แต่ตลอดมาตรการ 5 เดือน จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศประมาณ 2,888,500 คน สร้างรายได้ 140,313 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการฟื้นตัว 62% เมื่อเทียบกับปี 2562

       และคาดว่านักท่องเที่ยวคาซัคสถานจะเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 150,000 คนในปี 2566 และคาดว่าในช่วง 5 เดือนของการยกเว้นการตรวจลงตรา จะมีนักท่องเที่ยวคาซัคสถานจำนวนประมาณ 129,485 คน เพิ่มขึ้น 49.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สร้างรายได้ประมาณ 7,930 ล้านบาท

       อย่างไรก็ตาม หุ้นท่องเที่ยวไทย ที่ปรับตัวรับข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วเผชิญแรงขายออกมาไม่น้อย หุ้นหลักสนามบิน AOT ราคาปิดหลุด 70 บาท ครั้งแรกในรอบเกือบ 8 เดือน 

       บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) AOT  อยู่ในกรอบแกว่งตัว แนวรับ 70 บาท   แนวต้าน 71.25 – 71.75 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินมีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป +/-73 บาท(Stop  loss  69 บาท)

        ประเมิน Sentiment บวกจากเริ่มฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนเป็นวันแรก  จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจะเป็นบวกต่อ AOT โดยตรง และมีอัพไซด์จากเม็ดเงินที่จะจับจ่ายใช้สอยในพื้นสนามบิน  และคาดผลการดำเนินงานยังอยู่ในช่วงการ Turnaround เป็นปีแรก และปีหน้าคาดกำไรฟื้นต่อ +94% (YoY) เป็น 2.7 หมื่นล้านบาท

         บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)  รวบรวมข้อมูลทางสถิติย้อนหลัง10 ปีในช่วงเวลา  Octobe r Golden Week จีน พบว่า SETIndex ให้ผลตอบแทนเป็นบวก 6  ปีเฉลี่ย 0.5%  โดยอุตสาหกรรมที่ปรับตัวขึ้นได้ดีได้แก่ปิโตรฯ,ชิ้นส่วน Electronic, พลังงาน และกลุ่มที่สอดคล้องกับภาคการท่องเที่ยว

       หุ้นเด่น ได้แก่ BANPU, PTTEP, SPRC,TOP, PTTGC, IVL, SPA, AAV และ MINTรวมถึงDR ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นหุ้นในตลาดฮ่องกงก็มีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน ได้แก่ BABA80, BAIDU80, NETEASE80, PINGAN80  และ  TENCENT80

 

 

      พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์