วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยวันนี้ 20 ก.ย. ปิดตลาดเย็น ลบ 15.06 จุด กังวล ‘บอนด์ยีลด์’ 10 ปี พุ่ง กดดันต้นทุนเอกชน

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (20 ก.ย. 66) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,507.90 จุด ลบ 15.06 จุด หรือ 0.99% โบรกเกอร์ ชี้ ตลาดกังวลต้นทุนภาคเอกชนเพิ่มหลังบอนด์ยีลด์ 10 ปีพุ่ง - รัฐบาลประกาศขาดดุลเพิ่มแสนล้านบาท คาดพรุ่งนี้แกว่งในแนวรับกรอบ 1,500 จุด - 1,490 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,540 จุด

ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาด “หุ้นไทยวันนี้” วันนี้ (20 ก.ย.66) ปิดตลาดอยู่ที่ 1,507.90 จุด ลบ 15.06 จุด หรือ 0.99% โดย ดัชนีตลาดหุ้นไทย ผันผวนในทิศทางปรับตัวลดลงทั้งวัน ซึ่งดัชนีฯ ทำจุดต่ำสุดวันนี้อยู่ที่ 1,503.33 จุด และสูงสุดอยู่ที่ 1,521.66  จุด มูลค่าซื้อขาย 54,301.16 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ 20 ก.ย. ปิดตลาดเย็น ลบ 15.06 จุด กังวล ‘บอนด์ยีลด์’ 10 ปี พุ่ง กดดันต้นทุนเอกชน

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่

  1. BDMS  มูลค่า 3,338.23 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 26.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.95%
  2. PTT มูลค่า 2,817.75 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 33.25 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 2.21%
  3. CPALL  มูลค่า 2,424.31  ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 60.75 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 2.41%
  4. AOT มูลค่า 2,326.56 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 69.75 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.71%
  5. PTTEP มูลค่า 2,292.03 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 165.50 บาท ลดลง 3.50 บาท หรือ 2.07%

นายสุนทร ทองทิพย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย กล่าวว่า วันนี้ดัชนีฯ ปรับตัวลดลงจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) ชนิด 10 ปี ปรับตัวขึ้นจากช่วงต้นปี 0.6% มาอยู่ประมาณ 3.17% ประกอบกับรัฐบาลประกาศแผนขาดดุลเพิ่มเติมแสนล้านบาท  รวมทั้งปรับอุปทานขายพันธบัตรจากเดิม 1.1 ล้านล้านบาทไปเป็น 1.25 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นพันธบัตรออกใหม่ 7-7.5 แสนล้านบาท

ดังนั้นเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็จะทำให้ต้นทุนการออกหุ้นกู้ของบรรดาบริษัทเอกชนเพิ่มมากขึ้น นักลงทุนจึงเทขายหุ้นที่มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) สูง

สำหรับแนวโน้มของวันพรุ่งนี้ (21 ก.ย.) มีโอกาสเป็นไปได้ 2 ทางคือ หากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีท่าทีคงหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงก็จะทำให้ตลาดมีมุมมองในแง่ลบโดยอาจปรับตัวลงไปอีกครึ่งหนึ่งของที่ปรับตัวลงในวันนี้ แต่ถ้าคืนนี้เฟดมีท่าทีในเชิงผ่อนคลายมากขึ้น ก็จะทำให้ตลาดมองในแง่บวก และส่วนที่ปรับตัวลงไปวันนี้ก็จะขึ้นมาอยู่จุดเดิม

ขณะที่ปัจจัยในประเทศไทยที่ต้องจับตา และอาจกระทบกับตลาดหุ้นไทยในอนาคตคือ ข่าวเรื่องความขัดแย้งระหว่างนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพราะอาจกระทบกับความร่วมมือเรื่องการทำนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท

ทั้งนี้ สำหรับประเด็นเรื่องการขาดดุลงบประมาณปีหน้าของรัฐบาล นายสุนทร กล่าวว่า ตลาดอาจมองในแง่ร้ายมากเกินไปเพราะหากรัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปด้วยดี อาจทำให้มีเม็ดเงินเข้ามามากขึ้น ประกอบกับอาจจะมีการเก็บภาษีทางอื่นเพิ่ม ทั้งหมดก็อาจจะทำให้การขาดดุลน้อยลง

ส่วนแนวโน้มดัชนีฯ วันพรุ่งนี้มองว่าอาจเเกว่งในแนวรับกรอบ 1,500 จุด - 1,490 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,540 จุด โดยในระยะสั้นหากสถานการณ์แย่ลง แนะนำเก็บ BH ITC และ BLA แต่หากสถานการณ์เป็นบวกมากขึ้นแนะนำ TIDLOR COM7 และ AMATA

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์