“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (6 ก.ย. 66) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,548.78 จุด บวก 0.92 จุด หรือ 0.26% โบรกเกอร์ ชี้ ดัชนีฯ รับแรงหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ และโรงกลั่นพยุงดัชนี อานิสงส์ซาอุฯและรัสเซียขยายเวลาการปรับลดอุปทานน้ำมัน คาดพรุ่งนี้ดัชนีฯ แกว่งไซด์เวย์ในกรอบ 1,540 - 1,560 จุด
ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาด “หุ้นไทยวันนี้” วันนี้ (6 ก.ย.) ปิดตลาดอยู่ที่ 1,548.78 จุด บวก 0.92 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.26% โดย “ตลาดหุ้นไทย” ผันผวนในทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้า ลดลงในช่วงบ่ายของตลาด และรีบาวนด์ในช่วงท้ายตลาด ซึ่งดัชนีฯ ทำจุดต่ำสุดวันนี้อยู่ที่ 1,542.66 จุด และสูงสุดอยู่ที่ 1,554.79 จุด มูลค่าซื้อขาย 42,853.00 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่
1. PTTEP มูลค่า 3,717.38 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 166.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 3.11%
2. PTT มูลค่า 2,594.93 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 35.25 บาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท หรือ 1.44%
3. BDMS มูลค่า 2,407.45 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 27.50 บาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท หรือ 1.85%
4. SCB มูลค่า 2,123.70 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 116.50 บาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท หรือ 0.43%
5. KTB มูลค่า 1,676.92 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 19.50 บาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท หรือ 2.63%
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการ (ผอ.) ฝ่ายวิเคราะห์ และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า วันนี้ดัชนีฯได้แรงหนุนจากหุ้นพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น จากอานิสงส์ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นหลังซาอุฯและรัสเซียขยายเวลาการปรับลดอุปทานน้ำมันจนถึงสิ้นปี 2566 และแรงทำกำไรในหุ้นบางกลุ่ม
ทั้งนี้ จับตาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าจากนโยบายการลดค่าไฟของรัฐบาล และหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์จากจะมีการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) และอัตราเงินเฟ้อลดลง เพราะภาพรวมออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
โดย นายกิจพณ ประเมินว่า วันพรุ่งนี้ (7 ก.ย.) ดัชนีฯ มีแนวโน้มเเกว่งตัวเเบบไซด์เวย์ในกรอบ 1,540-1,560 จุด เนื่องจากประเมินว่าแนวโน้มการฟื้นตัวยังมีอยู่ และไม่มีปัจจัยใหม่กระตุ้น
สำหรับหุ้น JKN ไม่ถือว่าเป็นผลกระทบต่อตลาดมากนัก เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นกับ JKN นั้นต่างจากกรณี STARK หรือ MORE ซึ่ง JKN มีปัญหา"กระแสเงินสดไม่สมดุล" ในขณะที่มีการทำกำไรพร้อมกับมีการลงทุนที่สูงต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี
หากมีการลงทุนสูงในระยะสั้นจะแก้ไขด้วยการกู้ยืม เมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 3-4 ก่อน การกู้ยืมยังไม่มีปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดมีความกังวลในการปล่อยกู้ แม้ว่าขณะนี้มีความเสี่ยงในการแจ้งผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ (Cross Default) นั้น มองว่าสถานการณ์ยังไม่น่ากังวลมากนัก เพราะไม่ใช่การทริกเกอร์เหมือนกับ STARK หรือ MORE





