นับถอยหลังหุ้นไทย การเมืองฉุด – เศรษฐกิจชะลอ

นับถอยหลังหุ้นไทย  การเมืองฉุด – เศรษฐกิจชะลอ

เกมการเมืองพลิกสถานการณ์ (แบบตั้งใจ) กันไปมาทำให้นับตั้งแต่เลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 ประเทศไทยยังไม่สามารถเดินหน้ามีรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศได้สักที จนทำให้คลื่นพายุเศรษฐกิจชะลอตัว และนำไปสู่การหดตัวกลายเป็นจุดอ่อนของตลาดหุ้นไทยไปแทน

      จากตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ปี 2566 ที่สภาพัฒน์ฯ ประกาศออกมาที่ 1.8% นับเป็นการหดตัวมากที่สุดตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 พร้อมปรับลด GDP ปี 2566 เหลือ 2.5-3.0% จากเดิม 2.7-3.7% และลดส่งออกไทยในปีนี้เป็น -1.8% เดิม -1.6% หลังการเติบโตชะลอตัวติดต่อกัน 3 ไตรมาสติด

     ตัวเลขที่คอนเฟิร์มได้อีกด้านคือ กำไรบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2 เช่นเดียวกันที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์  เบื้องต้นตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการภาพรวมกำไรลดลง 16% ( q-q) และลดลง  35% ( y-y) ส่งผลทำให้ครึ่งปีแรกกำไรรวมอยู่ที่ 40 % ของประมาณการทั้งปี 2566 ซึ่งมีโอกาสตัวเลขตลอดทั้งปีมีกำไรต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท

       ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการหั่นอัตรากำไรต่อหุ้นหรือ EPS ทั้งตลาดลงโดย   Bloomberg Consensus คาดการณ์ EPS ตลาดหุ้นไทยปี 2566 อยู่ที่ระดับ 89.8 บาท/หุ้น ซึ่งทำจุดต่ำสุดใหม่กระทบภาพระยะสั้นต่อเนื่อง แม้ทำให้ Forward  PE ปรับตัวขึ้นอีกครั้งบ่งชี้ถึงความน่าสนใจในเชิง Valuation ปัจจัยดังกล่าวกดดันทิศทางตลาดหุ้นไทยได้ต่อ

       เปรียบเทียบตัวเลขคาดการณ์ต้นปี 2566 EPS ตลาดหุ้นไทยอยู่ระดับ 109 บาท/หุ้น จนช่วงเดือนก.ค.มีปรับตัวเลขลงอยู่ที่  94.40 บาท/หุ้น และล่าสุดหั่นลงมาอยู่ที่ 89.80 บาท/หุ้น ส่วนปี 2567 ปรับลดลงจาก 108 บาท/หุ้นเหลือ 102.50 บาท/หุ้น เป็นการปรับลดลง 5%

     แม้ว่าวันนี้ 22 ส.ค. เดินหน้าประชุมสภาเพื่อโหวตนายกฯ รอบที่ 3   โดยพรรคเพื่อไทยได้แถลงประกาศกับพรรคร่วมในการจัดสรรตำแหน่งกระทรวงต่างๆ และจะเสนอชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน “  เป็นแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งต้องได้เสียงสนับสนุนถึง 375 เสียงจากพรรคร่วมที่รวบรวมเสียงได้แล้ว 314 เสียง

ท่ามกลางความเห็นของ สว. ที่มีทั้งเห็นชอบ และไม่เห็นชอบจากความเหมาะสมหลังมีการออกมา แฉธุรกรรมอำพรางในการซื้อที่ดินของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ช่วงดำรงตำแหน่งผู้บริหาร  ดังนั้นมีการคาดการณ์หากในกรณีที่เลวร้ายที่สุดการโหวตครั้งนี้มีคะแนนเสียงไม่ถึงจะกลายเป็นลบต่อตลาดโอกาสปรับตัวลงต่ำกว่า 1,515 จุด

       ทางกลับกันหากการโหวตเป็นไปอย่างราบรื่นตามที่แถลงข่าวทำให้กลายเป็นปัจจัยบวกระยะสั้นที่จะมีแรงหนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยอ้างอิงจากการหาเสียงในรอบที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น  25 นโยบาย วงเงิน 1.8 ล้านล้านบาท โดยมีนโยบายที่เป็นประเด็นถกเถียงในสังคม

       บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)เอเอสแอล นโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท, นโยบาย รฟฟ. กทม. 20 บาท, แจก tablet และการปรับค่าแรงขั้นต่ำ  ในเชิงกลยุทธ์แนะนำทยอยสะสมกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการตัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ได้แก่ กลุ่มบริโภคในประเทศจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก CBG  CPALL  BJC  SAWAD TIDLOR COM7 SYNEX กลุ่มก่อสร้างขานรับการเดินหน้าของนโยบายการลงทุนภาครัฐ STEC CK ITD  BEM กลุ่มโรงไฟฟ้า GPSC  BGRIM  GULF  EA กลุ่มทุนใหญ่ CPN  CRC  CPALL  ADVANC GULF

       อย่างไรก็ตาม นโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท มีการกล่าวถึงกันจำนวนมากเพราะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีที่ง่ายด้วยการแจกเงิน และทำได้รวดเร็วเพื่อให้ได้เห็นผลทันทีในระบบเศรษฐกิจเสมือนนโยบายประชานิยมอื่นๆ ที่ผ่านมา

      โดยมีการเชื่อมโยงไปยังธุรกิจดิจิทัลที่ใกล้ชิดกับแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยที่เตรียมโหวตรอบที่ 3    คือ บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XPG จากราคาหุ้นที่มีแรงเก็งกำไรตั้งแต่เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

       หลังราคาหุ้นต่ำกว่า 1 บาท อยู่ที่ 0.95 บาท จากนั้นราคาหุ้นขยับมายืนเหนือ 1 บาทได้อย่างแข็งแรงกลางเดือนก.ค.  ที่ 1.20 บาท ซึ่งราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจนมาอยู่ที่ 1.33 บาท(21 ส.ค.) โดยมีทั้งกระแสว่าผู้บริหาร และบริษัทสามารถเข้ามาจัดโครงสร้างนโยบายเงินดิจิทัลในครั้งนี้

      ล่าสุดกลุ่ม เอ็กซ์สปริง หรือ XSPRING ได้ออกหนังสือชี้แจงกรณีจะได้รับผลประโยชน์หากนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลได้นำออกมาใช้นั้น  “ขอยืนยัน” ว่า “ไม่เป็นความจริง”  เพราะนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลนั้น รัฐบาลสามารถดำเนินการได้เองโดยตรงผ่านระบบบล็อกเชน ซึ่งไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตัวกลาง หรือบริษัทเอกชนใดๆ

       XSPRING จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือได้รับผลประโยชน์จากนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลทั้งทางตรงและทางอ้อม อีกทั้ง XSPRING ไม่เคยได้รับการติดต่อ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับนโยบายข้างต้น ข้อมูลดังกล่าวถือเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ และทำให้สำคัญผิด

       ส่งผลให้ XSPRING ได้รับความเสียหาย และกระทบต่อสังคมในวงกว้าง เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของผู้เผยแพร่ข้อมูล โดยข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ออกไปนั้น แสดงให้เห็นว่าผู้ให้ข้อมูลยังขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งนี้ XSPRING อยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

        จุดพลิกทางการเมืองจะได้รัฐบาลย่อมมีผลต่อความคาดหวังตลาดหุ้นไทยตามไปด้วย เพราะด้านเศรษฐกิจทั้งใน และต่างประเทศถือว่าเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ต้องตั้งรับได้ดีจากความไม่แน่นอนทางเสถียรภาพการเงินทั่วโลก

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์