วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

CPAXT เผยไตรมาส 2/66 กำไรสุทธิลดเหลือ 1.51 พันล้าน-ปันผลระหว่างกาล 0.18 บาท

CPAXT เผยไตรมาส 2 ปี 66 กำไรสุทธิลดเหลือ 1.51 พันล้าน ลดลง 3.6% ปันผลระหว่างกาล 0.18 บาท ส่วนงวด 6 เดือนมีกำไร 3.68 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% พร้อมปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 1,515.88 ล้านบาท ลดลง 3.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,572.96 ล้านบาท อนึ่ง หากไม่รวมรายการตัดจ่ายค่าธรรมเนียมและขาดทุนจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ จากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดจำนวน 185 ล้านบาท (สุทธิจากภาษีเงินได้) กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 2 จะเป็นจำนวน 1,701 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 8.1

ขณะที่ ในไตรมาสที่ 2ของปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 121,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2,942 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.5 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายจำนวน 115,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2,617 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.3จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยการเติบโตของรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากยอดขายภายในสาขา และการเติบโตจากการขายออนไลน์และการขายนอกร้านของธุรกิจแม็คโครประเทศไทย ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจแม็คโครต่างประเทศในทุกประเทศ

อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกลดลงร้อยละ 3.3 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับแผนการดำเนินงาน รวมถึงการลดชั่วโมงการให้บริการในบางสาขา ทั้งนี้สัดส่วนยอดขายออนไลน์และการขายนอกร้านของบริษัทฯ และบริษัทย่อยคิดเป็นร้อยละ 12.4 ของรายได้จากการขาย

อย่างไรก็ดีบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการให้บริการและรายได้อื่นรวมทั้งสิ้น 2,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 135 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.8 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลหลักจากรายได้ค่าบริการสำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 3,681.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% จากงวด 6 เดือนแรกปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิ  3,623.27 ล้านบาท อนึ่ง หากไม่รวมรายการตัดจ่ายค่าธรรมเนียมและขาดทุนจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ จากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดจำนวน 99 ล้านบาท (สุทธิจากภาษีเงินได้) กำไรสุทธิสำหรับ 6 เดือนแรกจะเป็นจำนวน 3,781 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 4.2 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการเติบโตของยอดขาย

 โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 241,834 ล้านบาท เติบโต 11,746 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.1 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายรวมเท่ากับ 230,024 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,393 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.7 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลหลักจากการเติบโตของรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าส่งร้อยละ 10.1

โดยบริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้ค่าบริการและรายได้อื่นรวมจำนวน 4,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 815 ล้านบาท หรือร้อยละ 20.6 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลหลักจากรายได้ของกลุ่มธุรกิจค้าส่งเพิ่มขึ้นจำนวน 402 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน จากกิจกรรมส่งเสริมการขายและรายได้อื่น จากกำไรทางบัญชีจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกจำนวนเงิน 318 ล้านบาท

ขณะที่ บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้ค่าเช่าและรายได้จากการให้บริการศูนย์การค้าจำนวน 7,043 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 538 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.3 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลหลักมาจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจำนวน 482 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.6 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรขั้นต้นจากการให้เช่าและการให้บริการศูนย์การค้าจำนวน 3,898 ล้านบาท ส่งผลให้มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 55.3 สูงกว่าปีก่อนที่ร้อยละ 54.5

รวมทั้งที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.18 บาท โดยกำหนดจ่าย 6 ก.ย. 2566