OR มั่นใจเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังฟื้น หนุนผลงานปีนี้ดีกว่าปีก่อน

OR มั่นใจเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังฟื้น หนุนผลงานปีนี้ดีกว่าปีก่อน

โออาร์ ชี้แนวโน้มเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังฟื้นตัวชัด หนุนการบริโภคในประเทศดีขึ้น มั่นใจผลการดำเนินงานปีนี้ดีกว่าปีก่อน จับตาสถานการณ์เงินเฟ้อและทิศทางราคาน้ำมันใกล้ชิด

นางสาววิไลวรรณ  กาญจนกันติ รองประธาน เจ้าหน้าที่บริหารด้านบริหารการเงิน  บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า  สำหรับผลประกอบการของบริษัททั้งปีนี้คาดว่ายังมีทิศทางเติบโตขึ้นกว่าปีก่อนอย่างแน่นอน  มีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยมีความชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ สนับสนุนการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้น  

ไอเอ็มเอฟคาดการณ์จีดีพีไทยปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องที่2.7-3.7%  โดยหลักๆ มาจากภาคท่องเที่ยว ที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่  28 ล้านคน สนับสนุนไปยังการบริโภคเอกชน เติบโต 3-4% ต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวจากที่หดตัวในช่วงก่อนหน้า

ในส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย หลังจากผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในช่วงปลายปี 2565 โดยในปีนี้ ธปท. คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ระดับ  2.9%  ตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่ปรับลดลง และมาตรการอุดหนุนทางด้านราคาพลังงานที่ยังมีออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม ยังติดตามสถานการณ์เงินเฟ้ออย่างใกล้ชิดต่อไป  

ทางด้านปัจจัยนอกประเทศ  สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลกแม้ว่ายังมีความไม่แน่นอน จากเงินเฟ้อในหลายประเทศยังอยู่ในระดับสูง 
และการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของหลายธนาคารกลางในหลายประเทศ   แต่ทางไอเอ็มเอฟ คาดการณ์การขยายตัวจีดีพีโลกในปีนี้อยู่ที่  2.8%  มาจากตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง ช่วยหนุนการเติบโตของการบริโภคได้และการเปิดประเทศ ของจีนสนับสนุนการฟื้นตัวกลุ่มเศรษฐกิจในเอเชียเช่นกัน 

ในส่วนราคาน้ำมันในตลาดโลกมอวงว่า มีแนวโน้มปรับลดลง ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองประมาณการณ์ราคาน้ำมันดิบ กลุ่มปตท. คาดว่า ปีนี้จะอยู่ในช่วง 80-86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล   
ทางด้านค่าเงินบาท มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ คาดการณ์กรอบเงินบาทอยู่ระหว่าง  32-34 บาทต่อดอลลาร์ในปีนี้  ท่ามกลางความผันผวนตามทิศทางนโยบายการเงินของเฟด ที่ยังลุ้นกันอยู่และสถานการณ์การเงินโลกยังผันผวน จากปัญหาสถาบันการเงินในประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก 

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังต้องติดตามสถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมัน  ซึ่งช่วงที่ผ่านมานี้ปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อธุรกิจบ้าง  โดยในช่วงวครึ่งปีหลังยังต้องติดตามภาวะความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยจะเป็นอย่างไร และปัญหาสงครามดูแนวโน้มอาจยืดเยื้อ  ส่วนทางด้านค่าแรงที่จะมีแนวโน้มสูงขึ้น คงมีผลกระทบบ้างและไม่มาก ยังบริหารจัดการได้ 

อย่างไรก็ตามสำหรับแผนงานขยายสถานีบริการน้ำมันในประเทศปีนี้ ยังดำเนินการขยายต่อเนื่องตามแผน ปกติวางเป้าหมายขยายเพิ่มปีละ 100 แห่ง โดยปีนี้ไม่เร่งขยายสถานีฯจำนวนมาก แน่นอนเพิ่มประสิทธิภาพการทำรายได้มากกว่า โดยไตรมาส 1 ที่ผ่านมานี้ขยายไปแล้ว  5 แห่ง ยังเหลืออีก 95 แห่งในปีนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมี รายได้ 197,414 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4%  จากช่วงเดียวกันปีก่อน 177,291 ล้านบาท ตามปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเพิ่มขึ้น แม้ราคาน้ำมันปรับลดลและการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ  สนับสนุนธุรกิจค้าปลีกทั้งในและต่างประเทศ แต่มีกำไรสุทธิ 2,975 ล้านบาท ลดลง 22.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 3,845 ล้านบาท จากความผันผวนของราคาน้ำมันที่ผ่านมา

 “แนวโน้มค่าการตลาดกำหนดกรอบที่คาดไว้ 0.7-1.3 บาท ในปีนี้ แนวโน้มในไตรมาส 2 ปีนี้ จะดีขึ้นเล็กน้อยเหมือนเทียบไตรมาส 1 ทีผ่านมา  ซึ่งคาดว่าในไตมาส 2 นี้ จะรักษาระดับค่าการตลาดไว้ที่ระดับ 1 บาทหรือมากกว่า 1 บาทได้ เพราะว่าราคาน้ำมันมีแนวโน้ม ขณะเดียวกันหากในไตรมาส 2 ราคาม้ำมันไม่ผันผวนมาก จะสามารถรักษาระดับสต๊อกเกรนหรือลอส ระดับ 100 ล้านบาท เช่นเดียวกับไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ”