ผิดคาด และผิดฟอร์มสำหรับ ตลาดหุ้นไทย รับเลือกตั้ง เพราะลงกราวรูดทันที และเป็นการปรับตัวลงสวนทางเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการเก็บ “สถิติหลังเลือกตั้ง” หุ้นจะขึ้นทันที !!
๐๐๐ หักปากกาเซียน
ผิดคาด และผิดฟอร์มสำหรับ ตลาดหุ้นไทย รับ เลือกตั้ง เพราะลงกราวรูดทันที และเป็นการปรับตัวลงสวนทางเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการเก็บ “สถิติหลังเลือกตั้ง” หุ้นจะขึ้นทันที !!
จนทำให้ หักปากกาเซียน กันไปหลายด้าม จนนาทีนี้กลายเป็นสภาวะตลาดหุ้นจะกลับมาแกว่งเหมือนเดิมแม้ราคาหุ้นใหญ่จะปรับลงต่อเนื่อง
รอบนี้หุ้นที่พาลงกลายเป็น “บิ๊กแคป” โดยเฉพาะที่กลายเป็นโจทย์สำหรับพรรคที่ได้เสียงอันดับ 1 ของประเทศ
ไล่มาตั้งแต่ ธุรกิจโยงสัมปทาน - โรงไฟฟ้า และเป็นประเด็นที่อยู่ในนโยบายหาเสียงจะปฏิรูปสัมปทาน และทุนใหญ่ผูกขาด
โจทย์ใหญ่ขนาดนี้ยอมรับว่าได้ใจพอที่จะกดดันราคาหุ้น.... แต่ทำจริง - ปฏิบัติก็อาจจะอีกเรื่องจนกว่าจะเห็นโฉมหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่จริงๆ
๐๐๐
หุ้นไทยแดงเดือด! หลังยังไม่มั่นใจว่าพรรค “ก้าวไกล” ที่ได้จำนวน ส.ส. มากที่สุด จะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้สำเร็จหรือไม่? เพราะยังต้องไปลุ้นตอนเลือกนายกฯ ซึ่งต้องอาศัย ส.ว. อีก 250 เสียง รวมทั้งการพิจารณากรณีถือหุ้นสื่อของแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร
โดยดัชนี ปิดการซื้อขายที่ 1,541.38 จุด ลดลง 19.97 จุด หรือ 1.28% ระหว่างวันแตะระดับสูงสุดที่ 1,570.62 จุด และระดับต่ำสุดที่ 1,536.82 จุด มูลค่าการซื้อขาย 68,382.81ล้านบาท
๐๐๐
“หุ้นโรงไฟฟ้า” ถูกถล่มขาย! เทกระจาดยกกลุ่ม หวั่นถูกกระทบจากนโยบายการรัฐบาลใหม่ โดยพรรคก้าวไกลประกาศไว้ หากได้เป็นรัฐบาลจะปรับลดค่าไฟฟ้าทันที 70 สตางค์/หน่วย โดยพี่ใหญ่ประจำกลุ่ม บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ถูกขายมากที่สุด ราคาดิ่ง 8.57% ปิด 48 บาท
ด้านนักวิเคราะห์แนะช่วงสั้นให้หลีกเลี่ยงทั้งกลุ่มไปก่อน แต่เชื่อพื้นฐานยังแกร่ง เหมาะสำหรับการลงทุนในระยะกลางและยาว
๐๐๐
ส่วนตัวอื่นๆ ในกลุ่มก็ลงหนักเช่นกัน แต่ก็พยายามออกมาเรียกความเชื่อมั่นคืน โดยบมจ.ราช กรุ๊ป (RATCH) ประกาศหวังปิดดีลซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนไพตัน ในอินโดนีเซีย กำลังการผลิตรวม 2,045 เมกะวัตต์ ภายในเดือนมิ.ย. นี้ หนุนผลงานไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตต่อเนื่อง เพราะจะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้ามาบางส่วน
๐๐๐
ด้าน “ฮาราลด์ ลิงค์” ซีอีโอ บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ออกมาส่งซิกเดินหน้าขยายการลงทุน และเข้าซื้อกิจการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งใน และต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ยุโรป และตะวันออกกลาง หนุนกำลังการผลิตสิ้นปีเพิ่มเป็น 3,866 เมกะวัตต์ หรือ เพิ่มขึ้น 528 เมกะวัตต์ จากสิ้นปี 2565 ที่ 3,338 เมกะวัตต์
๐๐๐
หลังรอมาหลายรอบในที่สุด บมจ.สยามแม็คโคร (MAKRO) ได้เฮ! หลังถูกเลือกเข้าคำนวณในดัชนี MSCI Global Standard ดั่งหวัง ซึ่งจะเริ่มมีผล ณ ราคาปิดของวันที่ 31 พ.ค. นี้ โดยบรรดานักวิเคราะห์ประเมินว่าจะมีเงินไหลเข้าทันที 3-5 พันล้านบาท
แต่ปรากฏว่าหลังทราบข่าวดี ราคาหุ้น MAKRO ไหลรูดทันที ลงมาปิด 39.25 บาท ลดลง 1 บาท หรือ 2.48% เพราะถูกไล่ราคาเก็งกำไรมาสักพักหนึ่งแล้ว
๐๐๐
ส่วนหุ้นอีวี บมจ.เน็กซ์ พอยท์ (NEX) ประกาศงบ ออกมาน่าประทับใจ ไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไร 152.08 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 62.75 ล้านบาท หลังรายได้โตกระฉูดเกือบ 2,000% YoY แตะ 3,210 ล้านบาท ตามการเติบโตของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า โดยสามารถขายรถอีวีเชิงพาณิชย์ได้ทั้งหมด 563 คัน
กลายเป็นข่าวดีช่วยดันราคาหุ้นพุ่งสวนกระดาน มาปิดการซื้อขายที่ 12.80 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 24.27% แถมยังจะได้รับอานิสงส์จากรัฐบาลใหม่ในการเดินหน้าสนับสนุนธุรกิจอีวี
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





