แพนิกเทขายหุ้น แบบไล่กันทุกช่อง จนไปถึงอาการรีบาวด์แรง ถือว่าเป็นในภาวะเสี่ยงขาลงได้อีก เพราะหุ้นที่ขึ้นแรงรอบนี้นอกจาก แวลูที่ลงมาถูก จนต้องซื้อเพื่อระยะสั้นยังไม่มีปัจจัยใหญ่เพียงพอมาหนุนดัชนีทะลุ 1,600 จุดได้ในรอบนี้
๐๐๐ JMART สวนทาง
แพนิกเทขายหุ้น แบบไล่กันทุกช่อง จนไปถึงอาการ รีบาวด์แรง ถือว่าเป็นในภาวะเสี่ยงขาลงได้อีกเพราะหุ้นที่ขึ้นแรงรอบนี้นอกจาก แวลูที่ลงมาถูก จนต้องซื้อเพื่อระยะสั้นยังไม่มีปัจจัยใหญ่เพียงพอมาหนุนดัชนีทะลุ 1,600 จุด ได้ในรอบนี้
ตลาดหุ้นลงมาแรงไม่พอแต่หุ้นรายตัวกลับส่ออาการ “ไม่ฟื้นและฟุบ ” หนักกว่า เพราะแค่ไล่เช็กหุ้นที่สวนตลาดหุ้นก็จะเห็นว่า ทรงแบบนี้ไว้ใจไม่ได้
JMART กลายเป็นหุ้นที่สวนตลาดทุนอย่างช่วงที่ตลาดตื่นตระหนกเจอแรงเทขายจากบรรดาหุ้นบิ๊กแคป แต่ปรากฏ “ราคาหุ้นบวกสวนตลาด” มาปิดบวก 2.22% ลงมาปิดที่ 23 บาท แต่พอตลาดรีบาวด์แรงหุ้นขึ้นกันยกกลุ่มยกแผง กลับกลายเจอ “แรงขายสวนตลาด” มาติดลบ 6% ปิดไป 21.40 บาท
หุ้นหมดรอบ - รายย่อยหมดใจ จะซื้อถือไว้เพื่อรอกลับไปจุดเดิมที่ 60 กว่าบาทคงไม่ได้ เพราะเป็นที่รู้อยู่แล้วว่าแม้ “เจ้าของ” ก็สไตล์เทรดดิ้งไม่แพ้รายย่อยเหมือนกัน
๐๐๐
หุ้นไทยสวนทุกทางในตลาดหุ้นอื่น หลังจากลงลึก 2 วัน (13 - 14 มี.ค.)เกือบ 100 จุด ท่ามกลางตลาดอื่นรีบาวด์ และยังเป็นการลงที่หนักที่สุดในเอเชีย พอตลาดรีบาวด์ได้ขึ้นมาแรงถึง 40 จุด จนแข็งกว่าตลาดเอเชีย ด้วยปัจจัยตลาดหุ้นลงมาแรงจนแวลูถูกจากระดับอัตรากำไรต่อหุ้น P/E ลงมาที่ 13-14 เท่า จากค่าเฉลี่ยอดีตที่ 16 เท่า
๐๐๐
บวกกับไม่มีผลกระทบจาก Force Sell รายการ Block Trade จึงทำให้บรรดาหุ้นที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกลุ่มการเงินพร้อมใจขึ้นแทน ส่วนกลุ่มแบงก์ที่รอบนี้โดนหนักปรับตัวขึ้นมาเช่นกัน ผลักดันทำให้ดัชนีหุ้นไทยสามารถปิดที่ 1,565 จุด เพิ่มขึ้น 41.11 จุด เปลี่ยนแปลง 2.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 69,703 ล้านบาท
๐๐๐
ช่วงจังหวะตลาดหุ้นขายหนีตาย (14 มี.ค.) ยิ่งในช่วง 2 ชั่วโมงสุดท้ายมีแรงกระหน่ำเททุกช่อง ปรากฏ มหกรรมรายงานการ “ซื้อ-ขายหุ้นผู้บริหาร” กันหนักหน่วง ฝากผู้บริหารแบงก์ KKP “อภินันท์ เกลียวปฎินนท์” ซื้อหุ้น 45,000 หุ้น ราคา 66.25 บาท หรือ “สุรพล นิติไกรพจน์” JDF ซื้อหุ้น 486,100 หุ้น ราคา 2.86-2.68 บาท , “กิตติ สัมฤทธิ์” PCC ซื้อหุ้น 900,000 หุ้นราคา 3.24 บาท และ “ธีระวุฒิ ทรงเมตตา ” ACE ซื้อหุ้น 1.6 ล้านหุ้น ราคา 2.31 บาท
๐๐๐
ซื้อหนัก และโอกาสมาถึงให้ CHASE “ประชา ชัยสุวรรณ” ซื้อหุ้นจำนวน 1.5 ล้านหุ้น ราคาหุ้น 2.81 บาท หลังจากเข้าไอพีโอมา (21 ก.พ.66 ) ที่ราคา 2.90 บาท และราคาหุ้นค่อยย่อตัวจนทำราคาต่ำจอง กลายเป็นจังหวะตลาดรีบาวด์กลับมายืนเหนือจองที่ 3 บาทบวกไป 8%
๐๐๐
ด้าน ไอพีโอ ล่าสุดที่พึ่งเข้าตลาดหุ้นถือว่ามากับดวง PRTR เพราะได้ตลาดบวกแรงหนุนราคาหุ้นเปิดมาจนปิดตลาดเหนือจองตลอด จากไอพีโอ 7.20 บาท ทำราคาสูงสุด 10.30 บาท และต่ำสุด 8.80 บาท จะมาปิดตลาดที่ 10.10 บาทเพิ่มขึ้น 2.90 บาท เปลี่ยนแปลง 40 %
๐๐๐
สำหรับ หุ้นแบงก์ ที่ถือว่าเป็น “โจทย์ ” โดยตรงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับแบงก์ในสหรัฐซึ่งมีผลกระทบน้อยถึงน้อยมาก ทำให้ทั้ง BBL -KBANK -SCB แต่ผลจากการ Moody ปรับมุมมองต่อระบบการธนาคารสหรัฐลงจาก Stable เป็น Negative และพิจารณาปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารพาณิชย์อีก 7 แห่ง ทำให้เริ่ม Down Grade กระทบการลงทุนในหุ้นแบงก์ทั่วโลกในอนาคตแน่นอน
๐๐๐
เจอมรสุมใหญ่สำหรับหุ้น BTS ที่เจอ ป.ป.ช. สั่งฟ้องกรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายร่วมทุนจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย "งานนี้ถือแรง" เพราะเป็นเพียงการแจ้งข้อกล่าวหาจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. เท่านั้น และบีทีเอสยังไม่ถูกฟ้องร้องหรือดำเนินคดีแต่อย่างใด และมีสิทธิที่จะคัดค้านเพื่อแก้ไขข้อกล่าวหาตามกระบวนการของกฎหมายทางบริษัท ยินดีให้ความร่วมมือตามกระบวนการทางกฎหมายทุกขั้นตอน
ที่สำคัญบริษัทยืนยันว่าการทำสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย และปราศจากการฮั้วประมูลใดๆ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





